ป้าหลอน ทำร้ายหลาน 7 ขวบ น้องสาว 2 ขวบโดดช่วยโดนทุบหัวปูด แม่เด็กยืนถ่ายคลิปเผยสาเหตุไม่ช่วย โดนด่ายับ
ข่าวสังคม - โซเชียล

ป้าหลอน ทำร้ายหลาน 7 ขวบ น้องสาว 2 ขวบโดดช่วยโดนทุบหัวปูด แม่เด็กยืนถ่ายคลิปเผยสาเหตุไม่ช่วย โดนด่ายับ

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง ว่ามีเหตุหญิงคลุ้มคลั่งจากการเสพยาบ้า อาละวาดทำร้ายเด็ก เหตุเกิดภายในซอย 2 ชุมชนผาสุกมั่นคง เขตเทศบาลนครอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จึงนำกำลังสายตรวจเข้าตรวจสอบทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบมารดาของเด็กยืนรออยู่หน้าบ้าน พร้อมเปิดคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยในคลิปปรากฏภาพเด็กชายอายุ 7 ขวบ ถูก น.ส.บี อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นพี่สาว ทำร้ายร่างกายกลางซอย ขณะเดียวกัน เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ 6 เดือน ได้เข้าไปช่วยพี่ชาย จนถูกก้อนหินกระแทกเข้าที่หน้าผากจนบวมปูด ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเด็กทั้งสองคน

มารดาของเด็กเล่าว่า ตนพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เนื่องจากไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะเกรงว่าจะถูกพี่สาวทำร้ายเช่นกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะวิ่งหนีเข้าไปในบ้านและปิดประตูหลบซ่อนตัว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกให้ น.ส.บี เปิดประตูออกมา แต่เจ้าตัวโวยวายและไม่ยอมไปกับตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันควบคุมตัวอย่างชุลมุน ก่อนนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อเข้ารับการบำบัดรักษา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุเกิดจาก น.ส.บี เสพยาบ้าจนเกิดอาการหลอนและอาละวาด ไม่ยอมนอนติดต่อกันมานานกว่า 4 วัน โดยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน และเคยถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปบำบัดหลายครั้ง แต่กลับมาเสพยาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้งนี้มีอาการคุ้มคลั่งรุนแรงถึงขั้นทำร้ายหลานชาย และข่มขู่ว่าจะฆ่าคนทั้งซอย

ด้าน น.ส.เอ น้องสาวฝาแฝดของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนพักอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว มีลูก 2 คน และแยกทางกับสามี ส่วนพี่สาวมีลูก 2 คน อายุ 7 ขวบ และ 7 เดือน โดยสามีของพี่สาวถูกจำคุกในคดียาเสพติด ก่อนเกิดเหตุ พี่สาวเสพยาบ้าจนเกิดอาการหลอน ทำร้ายลูกชาย และพยายามใช้ก้อนหินทุบ เด็กหญิงคนเล็กของตนจึงเข้าไปช่วยพี่ชายด้วยความเป็นห่วง แต่กลับถูกก้อนหินกระแทกเข้าที่หน้าผากจนได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ นายบุญฤทธิ์ สิงห์ทอง อายุ 54 ปี รองประธานชุมชนผาสุกมั่นคง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุผู้ใหญ่ทำร้ายเด็ก เมื่อมาถึงพบเด็กถูกบีบคอ ซึ่งบ้านหลังนี้เคยเกิดเหตุทะเลาะและทำร้ายร่างกายกันบ่อยครั้ง สาเหตุหลักมาจากปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดในชุมชนอย่างหนัก

นายบุญฤทธิ์กล่าวอีกว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนทำงาน ต้องการความสงบ แต่กลับได้รับความเดือดร้อนซ้ำซาก แม้เจ้าหน้าที่จะเคยเข้ามาระงับเหตุและนำตัวไปบำบัดหลายครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุก็กลับมาเสพยาและก่อเหตุอีกเช่นเดิม พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามากวดขันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยของเด็กและคนในชุมชน