คู่กรณี ทนายคนดัง ส่งทนายเปิดใจ ลั่นไม่ใช่ตบทรัพย์ คดีนี้ยอมความไม่ได้
ข่าวสังคม - โซเชียล

คู่กรณี ทนายคนดัง ส่งทนายเปิดใจ ลั่นไม่ใช่ตบทรัพย์ คดีนี้ยอมความไม่ได้

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 ม.ค.69 นายอรรณพ บุญสว่าง ในฐานะทนายความส่วนตัวของเยาวชน อายุ 18 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังจากถูก ทนายคนดัง คุกคามทางเพศ

นายอรรณพ เปิดเผยว่า ตนได้รับทราบข้อเท็จจริงจากผู้เสียหายและพ่อของผู้เสียหายมาตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.68 หลังรับทราบเรื่อง ก็พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเยาวชนที่เป็นผู้เสียหาย ขณะช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายมีอายุเพียงแค่ 18 ปี 4 เดือนเท่านั้น โดยคดีนี้ตนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งจากพนักงานร้านและผู้เกี่ยวข้อง เข้าแจ้งความตำรวจในหลายท้องที่ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะต้องการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อประกอบสำนวนคดีแล้วเสร็จก่อน

เบื้องต้นมองว่า อาจเข้าข่ายความผิด ในข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ยอมความไม่ได้ ส่วนนี้จึงต้องตรวจสอบให้ละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามสิทธิ์

โดยจากการสอบถามผู้เสียหาย เบื้องต้น ยืนยันว่า ไม่ยินยอม มีการปกป้องตามสมควร และตกใจ รวมถึงกังวลว่าถ้าหากเล่าให้ใครฟังจะมีคนเชื่อหรือไม่เพราะว่าคู่กรณีเป็นคนที่มีชื่อเสียงและดูมีความน่าเชื่อถือ จึงไม่กล้าพูดออกมา เพราะคิดว่าคงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเด็กอายุ 18 ปี แต่ส่วนนี้ก็ต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากฝั่งของทนายแก้วด้วย เพราะตนก็ได้ฟังมาจากการซักถามฝั่งผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว

เบื้องต้น ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 ก.ย.68 ภายในรถของทนายคนดัง โดยทนายคนดัง ได้นัดหมายกับผู้เสียหายให้ไปดื่มกาแฟกันในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่าน พระราม 3 และระหว่างเดินทางออกจากห้างย่านพระราม 3 ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยว ย่านลาดพร้าว ทราบว่าทนายแก้ว มีการสัมผัสถูกเนื้อต้องตัวผู้เสียหายที่ต้นขา หน้าอก และอวัยวะเพศ รวมถึงระหว่างอยู่ในร้านก็พบว่ามีการโอบกอดกัน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ยังขัดแย้งกันอยู่คือ ฝ่ายผู้เสียหายเล่าว่า มีการจูบ แต่ฝ่ายทนายแก้ว บอกว่าเป็นเพียงการหอมแก้มกันเท่านั้น

ทั้งนี้ แต่เมื่อมีการสัมผัสตัวกัน เจตนาที่เกิดขึ้น มันคือในเชิงชู้สาว แต่ต้องดูเจตนาว่า เกิดจากความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย หรืออีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจว่าสามารถทำได้ ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทนายคนดังด้วย รวมถึงต้องสอบถามทนายแก้วระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ส่วนกรณีที่มีภาพแชทไลน์หลุดออกมา ยอมรับว่ามีการพูดคุยทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน รายละเอียดส่วนนี้ ตนขอสงวนไว้ เพื่อประกอบเป็นข้อมูลในสำนวนคดี

สำหรับความสัมพันธ์ของผู้เสียหายและทนายแก้วพบว่า รู้จักกันผ่านทางพ่อของผู้เสียหาย ในวันที่ 8 ก.ย.68 โดยรู้จักกันที่ร้านของพ่อผู้เสียหาย ซึ่งได้ชักชวนให้ทนายแก้ว มาช่วยทำคลิป คอนเทนท์โปรโมทร้านให้ จากนั้นก็แลกคอนแทคไลน์กันระหว่างทนายคนดังและผู้เสียหาย เพื่อสื่อสารพูดคุยเกี่ยวกับการตัดคลิปโปรโมทร้าน ลักษณะการพูดคุย คือการแอบพูดคุยกัน โดยไม่ให้พ่อของผู้เสียหายรู้

จากนั้นก็นัดหมายเพื่อพบกัน หลังรู้จักกันเพียง 4 วัน คือวันที่ 12 ก.ย.68 ส่วนตัวจึงมองว่าระยะเวลาเพียง 4 วัน ความสัมพันธ์จะถึงขั้นเลยเถิดมาสัมผัสในตัวกันได้หรือไม่ ส่วนเรื่องเงินที่มีการเปิดเผย ก่อนหน้านี้มีการพยายามเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันตั้งแต่หลัก 10 ล้านบาท 5 ล้านบาท และ 2.5 ล้าน บาทนั้น ส่วนตัวทราบว่ามีบุคคลกลางเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงทำให้พูดถึงเรื่องเงินผ่านทางโทรศัพท์

ส่วนนี้จึงต้องถามกลับไปยังทนายคนดังว่า ข้อเสนอเรื่องเงินเป็นการสอบถามเพื่อให้ฝั่งผู้เสียหายเรียกร้องเงินหรือเป็นการเสนอให้ แต่ในวันที่ตนอยู่ด้วย ยืนยันว่าได้ยินทนายแก้ว เป็นผู้เสนอเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้พูดถึงเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ เพราะว่าช่วงเวลาที่มีการเจรจากัน ฝ่ายพ่อของผู้เสียหาย ยังโกรธเคืองกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และรู้สึกผิดหวังมาก