กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ทำเอาลูกค้าประจำถึงกับเสียความรู้สึก เมื่อสองน้าหลานในพื้นที่ จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังสแกนจ่ายค่าขนมจีนผิดยอด จาก 140 บาท กลายเป็น 1,400 บาท แต่พอทวงถาม กลับถูกแม่ค้าสวมบ่ายเบี่ยงและท้าทายให้ไปแจ้งความ สุดท้ายเรื่องต้องถึงมือตำรวจ
เหตุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยโดย น.ส.นงนุช อายุ 49 ปี และ น.ส.ชนนี อายุ 34 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ได้ไปรับประทานขนมจีนที่ร้านประจำในซอยชัยพฤกษ์ 2 ย่านหนองปรือ หลังกินเสร็จมียอดค้างชำระ 140 บาท แต่ด้วยความรีบจึงกดเลข 0 เกินไปหนึ่งตัว ทำให้ยอดเงินที่สแกนจ่ายพุ่งไปถึง 1,400 บาท โดยที่ขณะนั้นทั้งคู่ไม่ทันสังเกต จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น มาตรวจสอบยอดเงินในบัญชี จึงพบว่าโอนเกินไปถึง 1,260 บาท

เมื่อติดต่อกลับไปยังแม่ค้าขนมจีนในช่วงแรก อีกฝ่ายยอมรับว่าได้รับเงินเกินจริง และสารภาพว่า เอาเงินไปใช้หมดแล้ว พร้อมรับปากจะคืนให้ภายใน 2-3 วัน แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย กลับเริ่มบ่ายเบี่ยง อ้างว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่บ้าง ปิดร้านหนีบ้าง และเมื่อผู้เสียหายทวงถามหนักเข้า จนมีการระบุว่าจะแจ้งความ แม่ค้ากลับเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยแชทมาท้าทายให้ไปแจ้งความได้เลย พร้อมระบุว่า ให้หาหลักฐานมาว่าตนเองโกงอย่างไร ก่อนจะมีการโทรศัพท์ด่าทอกันอย่างรุนแรง
ท้ายที่สุดผู้เสียหายตัดสินใจหอบหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.หนองปรือ โดยทาง ร.ต.ท.ณัฐบดินทร์ ทองอินทร์ ร้อยเวรเจ้าของคดี ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังแม่ค้าเพื่อไกล่เกลี่ย แต่กลับถูกแม่ค้าตอบกลับด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว และกดสายทิ้งใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก
ทางด้านผู้เสียหาย เปิดใจด้วยความผิดหวังว่า อุดหนุนร้านนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน เป็นลูกค้าประจำกันมานาน ไม่คิดว่าเงินเพียงพันกว่าบาทจะทำให้แม่ค้าตัดสัมพันธ์ลูกค้าได้ลงคอ ที่มาแจ้งความ เพราะต้องการเงินคืน จะผ่อนจ่ายก็ได้ แต่ขอให้คุยกันดีๆ ไม่ใช่มาด่าทอท้าทายกันเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกแม่ค้ารายดังกล่าวมาสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป