จากกรณี เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง มีการเผยแพร่คลิปนักเตะและโค้ชทีมฟุตบอลของโรงเรียนร่วมถือป้ายรณรงค์ 8 กุมภาพันธ์ กาเห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกนำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบุคคลทางการเมือง จนสังคมเกิดการถกเถียงแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการนำกีฬาและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา ออกมาชี้แจงผ่านรายการ Phutta Talk อาจารย์สกลยืนยันว่า ตนเองและนักกีฬาเยาวชนถูกหลอกให้ถือป้ายและถ่ายภาพ โดยไม่มีการประสานงานหรือแจ้งวัตถุประสงค์ล่วงหน้า เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่ทีมกำลังฝึกซ้อมฟุตบอลตามปกติ ก่อนจะมีผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งเข้ามาขอถ่ายภาพ ซึ่งทุกคนเข้าใจว่าเป็นการถ่ายภาพทั่วไป และไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้ในบริบททางการเมือง
หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมหมอนทองวิทยาระบุว่า โรงเรียนและทีมฟุตบอลยึดบทบาทด้านกีฬาและการพัฒนาเยาวชนเป็นหลัก ไม่ฝักใฝ่หรือสนับสนุนพรรคการเมืองใด พร้อมย้ำว่าเด็กนักกีฬาทุกคนเพียงทำตามคำขอโดยไม่รู้บริบทที่แท้จริง พร้อมกล่าวว่า เด็กก็คือเด็ก เราไม่ได้เป็นคนนำ เราเพียงพูดตาม และไม่เคยสนับสนุนพรรคการเมืองใด ผมยังยืนอยู่จุดเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป

ภาพจากรายการ Phutta Talk
อาจารย์สกลยังตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงานด้านกีฬา ไม่เคยมีนักการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนหรือทีมฟุตบอลอย่างจริงจัง แต่เมื่อเกิดกระแสในสังคมกลับถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมฝากถึงผู้ที่เผยแพร่คลิปให้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน และครูผู้สอน ซึ่งต้องเผชิญแรงกดดันจากสังคมโดยไม่จำเป็น
ท้ายที่สุด อาจารย์สกลระบุว่า หากเป็นการช่วยเหลือเพื่อพัฒนากีฬาและเยาวชนอย่างแท้จริง ทุกพรรคการเมืองสามารถเข้ามามีบทบาทได้ แต่ควรทำด้วยความจริงใจ ไม่ใช่การใช้ภาพลักษณ์หรือกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง พร้อมกล่าวเชิงเสียดสีว่า หากต้องการให้ตนมีบทบาททางการเมือง คงต้องลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี แทนการทำหน้าที่โค้ชฟุตบอลที่ดูแลเด็กและเยาวชนต่อไป