วันนี้ (19 ม.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีอุบัติเหตุระทึกเกิดขึ้นในช่วงค่ำคืนวันที่ 18 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยมีกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่เป็นเพื่อนร่วมทางบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ โดยนายภู ขับรถกระบะมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาว กำลังพากันกลับบ้านพัก ขณะขับมาตามถนนเทพรัตน หรือ ถนนบางนาตราด ฝั่งขาออกช่องทางคู่ขนาน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 14 ได้มีรถบรรทุกพ่วงคันหนึ่ง ขับปาดจากเลนซ้ายเข้ามาในเลนขวาแบบกะทันหันตัดหน้ารถของนายภู จนเกือบจะชน

หลังจากนั้นก็ขับในลักษณะส่ายไปส่ายมา กระทั่งพุ่งชนเข้ากับแท่งแบริเออร์ปูนตรงแนวก่อสร้างช่วงกลางสะพานข้ามคลองบางโฉลง ช่องทางคู่ขนาน หลักกิโลเมตรที่ 16 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีการพุ่งชนอย่างรุนแรง จนทำเกิดฝุ่นฟุ้งกระจายเต็มถนน และสินค้าที่บรรทุกมาบนรถพลิกคว่ำขวางถนนเกลื่อนจนรถทุกชนิดผ่านทางไม่ได้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 21.18 น. วันที่ 18 ม.ค. 69 หลังเกิดเหตุ พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึงนายภู เจ้าของกล้องหน้ารถ ต่างรีบเข้าไปช่วยเหลือคนขับรถบรรทุกพ่วงคันเกิดเหตุออกมาจากตัวรถได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดปะกายไฟและลุกไหม้ เพราะมีน้ำมันรั่วไหลนองพื้นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ต้องประสานทั้งตำรวจ กู้ภัย และรถดับเพลิง เข้ามายังที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งปิดการจราจรทุกช่องเนื่องจากแผ่นไม้อัดที่บรรทุกมาบนรถพ่วง 18 ล้อคันนี้ตกกระจายเกลื่อนถนน ที่เกิดเหตุทำให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะนักศึกษาที่ผู้ปกครองกำลังจะพากลับมาที่หอพักเพื่อเข้าเรียนในวันพรุ่งนี้ ต่างต้องติดค้างในเส้นทางกว่าสองชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับคุณแม่ผู้ปกครองท่านหนึ่งที่ขับรถตามหลังรถบรรทุกพ่วงคันนี้มาเพื่อจะไปส่งลูกสาวเข้าหอพัก โดยเธอบอกว่า ขณะที่ตนเองขับมาตามทางในเลนที่สองจากซ้าย หันมองกระจกหลังเห็นว่ารถพ่วงคันเกิดเหตุขับจี้ตามหลังมาและจะเบียดใส่รถตนเอง จนต้องหักหลบ หลังจากนั้นเขาก็ขับแซงขึ้นมาด้วยความเร็วและขับส่ายไปส่ายมา ก่อนจะเห็นเขาพุ่งชนข้างหน้าอย่างจังจนรถทุกคันต้องเบรกกันให้วุ่นกลางถนน
ขณะที่ พี่ ภู ที่ขับตามหลังรถบรรทุกคันเกิดเหตุ และเป็นอีกหนึ่งคันที่เกือบจะเกิดอุบัติเหตุจากรถพ่วงคันนี้ โดยพี่ภูบอกว่า ตอนแรกก็ขับตีคู่มากับเขาจนถูกเขาเบียด ตอนนั้นตนเองยังบีบแตรเตือนเขา เพราะคิดว่าถ้าเขาไม่เมาก็อาจจะง่วงนอน แต่พอบีบแตรกลับพบว่าคนขับยิ่งเร่งความเร็วจนพุ่งชนแนวก่อสร้างดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ส่วนคนขับรถบรรทุกพ่วง หลังเกิดเหตุพยามหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไป จนมีตำรวจสายตรวจของ สภ.บางพลี ติดตามไปควบคุมตัวได้ที่ปั๊มน้ำมันห่างจากที่เกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าปวดท้องเลยรีบมาปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำ

จากการตรวจสอบทราบว่าคนขับรถบรรทุกพ่วง ชื่อ นายรุ่งอรุณ อายุ 47 ปี อยู่ในอาการสะลึมสะลือ พูดจาลิ้นพันกัน โดยบอกว่า ตนเองเพิ่งขึ้นงานอกมาและกำลังจะไปส่งสินค้าที่คลอง 7 ลำลูกกา ไม่รู้ว่ามาตรงจุดนี้ได้อย่างไร พร้อมยอมรับว่าเพิ่งดื่มสุราข้าวหอม 40 ดีกรี ก่อนขึ้นงานมา 1 ขวด จากนั้นกำลังจะไปส่งสินค้า จนกรทัง่มาเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งปกติแล้วดื่มสุราเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว หลังส่งงานเสร็จ แต่ถ้าวันไหนมีงานต่อก็จะไปส่งงานต่อทันที และก่อนหน้านี้ตนเองก็เคยถูกจับติดคุกมาแล้วรอบหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ในข้อหา เมาแล้วขับ แต่ครั้งนั้นยังไม่เกิดอุบัติเหตุ และศาลสั่งจำคุก 3 เดือน จนพ้นโทษออกมาและมาเกิดเหตุในวันนี้
เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันในที่เกิดเหตุคนงานก่อสร้างเกือบสิบชีวิตรอดตายหวุดหวิด เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนกะพอดี จึงทำให้ไม่มีคนงานทำงานในจุดดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ มิเช่นนั้นคงมีคนงานเจ็บหรือเสียชีวิตหลายคน
ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุ รถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวไปเฉี่ยวชนกับรถแท็กซี่จนเสียหาย ก่อนจะขับหลบหนีและมาเกิดเหตุซ้ำดังกล่าว
ทีมข่าว สมุทรปราการ รายงาน