เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 มีรายงานว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เริ่มบังคับใช้แนวทางใหม่ของโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ สำหรับหน่วยบริการนวัตกรรม ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเบิกจ่ายและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านบริการสุขภาพให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น
โดยผู้มีสิทธิบัตรทองจะต้องผ่านการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า ผ่านระบบ Face Verification Service (FVS) ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการสวมสิทธิ ขณะเดียวกัน ระบบยังมีการกำหนดโควตาการให้บริการรายสัปดาห์ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยบริการประจำตัวของผู้รับสิทธิอย่างเป็นระบบ

ภาพจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ผู้มีสิทธิบัตรทองสามารถใช้บริการใน หน่วยบริการนวัตกรรม ที่มีสัญลักษณ์ 30 บาทรักษาทุกที่ ครอบคลุมบริการด้านสุขภาพหลายประเภท ดังนี้
- ร้านยาคุณภาพ และคลินิกเวชกรรม ให้บริการรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ตามจำนวนสิทธิหรือโควตาที่คงเหลืออยู่ในระบบ
- คลินิกทันตกรรม ให้บริการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และเคลือบหลุมร่องฟัน ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี
- คลินิกแพทย์แผนไทย ให้บริการนวด ประคบ และอบสมุนไพร เดือนละ 1 ครั้ง ไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี
- คลินิกการพยาบาล ให้บริการทำแผล ล้างแผล และการพยาบาลพื้นฐาน
- คลินิกกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถเข้ารับบริการได้ไม่เกิน 20 ครั้ง ภายใน 6 เดือน
- คลินิกเทคนิคการแพทย์ ให้บริการเจาะเลือดและตรวจทางห้องปฏิบัติการตามใบสั่งแพทย์
วิธีการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ก่อนใช้สิทธิบัตรทอง
1. หน่วยบริการติดตั้งแอป NHSO FVS
หน่วยบริการสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน NHSO FVS ได้จาก App Store หรือ Google Play โดยค้นหาคำว่า NHSO FVS แล้วติดตั้งลงในโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตที่ใช้ให้บริการ
2. เข้าสู่ระบบและตรวจสอบสิทธิ
เมื่อเปิดแอปฯ ให้เข้าสู่ระบบผ่าน One Stop Service (OSS) จากนั้นกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรืออ่านข้อมูลจากบัตรประชาชนด้วยเครื่องอ่านหรือกล้องตามขั้นตอนของหน่วยบริการ ระบบจะแสดงข้อมูลสิทธิและประเภทบริการที่สามารถใช้ได้
3. ให้ความยินยอมการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ก่อนการสแกนใบหน้า ระบบจะแสดงข้อตกลงการให้ความยินยอมในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นสำหรับการยืนยันตัวตนและการรับบริการ ผู้ใช้สิทธิควรอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนกดยินยอม
4. สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
เมื่อกด เริ่มสแกนใบหน้า ระบบจะเปิดกล้องให้จัดตำแหน่งใบหน้าให้อยู่ในกรอบ และปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอ เช่น การกระพริบตา เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลจริง (Liveness Check) โดยควรอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มีสิ่งปิดบังใบหน้า และไม่มีบุคคลอื่นอยู่ในภาพ

ภาพจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เรียบเรียง สยามนิวส์