วันที่ 4 มกราคม 2569 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถานการณ์อุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 พบว่า เฉพาะวันที่ 3 มกราคม เกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 188 คน และเสียชีวิต 27 ราย
เมื่อรวมสถิติสะสมตลอด 5 วันของการรณรงค์ (30 ธ.ค. 2568 - 3 ม.ค. 2569) มีอุบัติเหตุรวม 1,185 ครั้ง บาดเจ็บ 1,141 คน และเสียชีวิต 207 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ ภูเก็ต ขณะที่กรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 18 ราย ส่วนจังหวัดที่ไม่พบผู้เสียชีวิตมี 9 จังหวัด
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าว เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของอุบัติเหตุยังคงมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนดและการตัดหน้ากระชั้นชิด โดยยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ เกิดเหตุส่วนใหญ่บนถนนตรง และบนถนนกรมทางหลวงกับถนนในหมู่บ้าน ช่วงเวลาที่เกิดเหตุหนาแน่นคือ 09.01 - 12.00 น., 12.01 - 15.00 น. และ 18.01 - 21.00 น. กลุ่มอายุที่บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุดอยู่ระหว่าง 20 - 29 ปี
ในช่วงวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ ศปถ.ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดตั้งด่านตรวจ จุดสกัด และจุดบริการประชาชน ทั้งบนเส้นทางสายหลักและสายรอง พร้อมบังคับใช้กฎหมายเข้ม ตาม 10 ข้อหาหลัก เช่น ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัด และง่วงแล้วขับ เพื่อป้องกันการสูญเสีย
กระทรวงสาธารณสุขยังได้เตรียมระบบแพทย์ฉุกเฉินเต็มกำลัง โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระดมหน่วยปฏิบัติการ 10,723 แห่ง และนำระบบ NDEMS เชื่อมต่อสายด่วน 1669 ช่วยระบุตำแหน่งเหตุและให้คำแนะนำผ่านวิดีโอคอล ลดเวลาเข้าช่วยเหลือ ซึ่งเฉพาะวันที่ 3 มกราคม มีสัญญาณแจ้งเหตุอุบัติเหตุกว่า 8,500 สาย
ด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่ออกตรวจสะสม 25,070 ราย พบกระทำผิด 1,543 ราย และร้าน/ผู้กระทำผิด 170 ราย พร้อมประเมินอาการมึนเมาในชุมชนกว่า 394,000 ราย พบมีอาการ 3.02% โดยจะยังคงกวดขันการจำหน่ายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการกวดขันพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะขับเร็วและแซงตัดหน้ากะทันหัน รวมถึงประชาสัมพันธ์เส้นทางทางเลือก และเตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัยในพื้นที่จุดเสี่ยง พร้อมขอให้ผู้ใช้รถตรวจสภาพรถ พักผ่อนให้เพียงพอ และแวะพักเมื่อรู้สึกง่วงหรืออ่อนล้า
นอกจากนี้ การพยากรณ์อากาศระบุว่า ภาคใต้ตอนล่างอาจมีฝนฟ้าคะนอง และภาคกลางต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งอาจทำให้ถนนพระราม 2 ขาเข้า กทม. มีน้ำท่วมผิวจราจร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงถูกกำชับให้แจ้งเตือนประชาชนและอำนวยความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด