วันนี้ (1 ม.ค. 69) เวลา 10.15 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เกิดอุบัติเหตุ 271 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 262 คน ผู้เสียชีวิต 53 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วัน ของการรณรงค์ (30 - 31 ธ.ค. 68) เกิดอุบัติเหตุรวม 469 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 452 คน ผู้เสียชีวิต รวม 86 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 36 จังหวัด ซึ่ง ศปถ. ได้กำชับดูแลกวดขันขับรถเร็ว - ดื่มแล้วขับ เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญวันขึ้นปีใหม่ตามสถานที่ต่าง ๆ

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ เกิดอุบัติเหตุ 271 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 262 คน ผู้เสียชีวิต 53 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 40.96 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.31 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 74.44 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 82.29 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.48 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.47 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 18.01 - 21.00 น. ร้อยละ 18.82 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 40 - 49 ปี ร้อยละ 17.46 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เพชรบุรี (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พะเยา และสุราษฎร์ธานี (จังหวัดละ 12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และสุพรรณบุรี (จังหวัดละ 4 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (30 - 31 ธ.ค. 68) เกิดอุบัติเหตุรวม 469 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 452 คน ผู้เสียชีวิต รวม 86 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ เพชรบุรี (19 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (20 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา ปทุมธานี และสุพรรณบุรี (จังหวัดละ 5 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 36 จังหวัด
อย่างไรก็ตาม วันนี้ (1 ม.ค. 69) ยังอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ประชาชนบางส่วนยังคงเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ ทำให้เส้นทางหลักและเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด มีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ. จึงได้ประสานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องในเส้นทางสายต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและอำเภอ ซึ่งประชาชนใช้เป็นทางลัดออกสู่ถนนสายหลัก พร้อมคุมเข้มผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย โดยเฉพาะการไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยจากข้อมูลสถิติเมื่อวานนี้ (31 ธ.ค. 68) พบว่า พฤติกรรมการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง รวมถึงประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและง่วงหลับใน

นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ศปถ. ได้กำชับให้กวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและดื่มแล้วขับบนเส้นทางสายหลักและสายรอง ในช่วงเวลามีสถิติอุบัติเหตุสูง และเน้นย้ำให้ด่านชุมชนปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ให้สวมหมวกนิรภัยและไม่ขับขี่ด้วยความคึกคะนองและเสี่ยงอันตราย รวมถึงเตรียมความพร้อมการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุและรับส่งผู้ประสบเหตุได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าวันนี้จะมีประชาชนบางส่วนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับ ขอฝากพี่น้องประชาชนให้เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม ง่วงไม่ขับ และไม่ขับรถเร็ว ทั้งนี้ ขอฝากประชาชนให้เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยความไม่ประมาทและเพิ่มความระมัดระวังอุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเหตุอัคคีภัย ตลอดจนดูแลสภาพร่างกายให้พร้อมในการขับขี่ เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน