หนุ่มทำงานรถไฟฟ้าสายสีม่วง เสียชีวิตปริศนาในรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อนเผยติดต่อไม่ได้ข้ามคืน เช็ก GPS มาพบเป็นศพ
หนุ่มทำงานรถไฟฟ้าสายสีม่วง เสียชีวิตปริศนาในรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อนเผยติดต่อไม่ได้ข้ามคืน เช็ก GPS มาพบเป็นศพ
ข่าวภูมิภาค

หนุ่มทำงานรถไฟฟ้าสายสีม่วง เสียชีวิตปริศนาในรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อนเผยติดต่อไม่ได้ข้ามคืน เช็ก GPS มาพบเป็นศพ

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 5 พ.ย. 2569 ร.ต.ท.ณัฐพล คลิ้งขาว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางขะแยง ว่ามีรถยนต์จอดทิ้งไว้นานผิดสังเกต บริเวณถนน 345 มุ่งหน้าสะพานปทุมธานี 2 หมู่ 2 ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เกรงว่าจะมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถ จึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณช่องทางคู่ขนาน พบรถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อ NETA สีเทา ทะเบียน 4ขพ-2072 กรุงเทพมหานคร จอดชิดขอบทางในลักษณะล็อกประตูทั้ง 4 บาน เจ้าหน้าที่พยายามเรียกและเขย่ารถแต่ไม่มีการตอบรับ เนื่องจากรถติดฟิล์มทึบ มองเห็นได้เพียงเงาร่างคนนอนอยู่ที่เบาะคนขับ จึงพยายามเปิดประตูแต่ไม่เป็นผล ก่อนตัดสินใจเปิดฝากระโปรงท้ายเพื่อให้อาสาสมัครมุดเข้าไปปลดล็อกประตูจากด้านใน

เมื่อเปิดประตูได้พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนอยู่ที่เบาะคนขับ ภายในรถพบอุปกรณ์ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและใช้เชือกโปลิศไลน์กั้นพื้นที่ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ร่วมชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถาม นายตี้ อายุ 49 ปี เพื่อนของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้พบรถคนแรก ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายขันติ โสภณ อายุ 49 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ ทำงานเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันภายในหมู่บ้าน The Plant ซอยวัดเกาะเกรียง แต่ทำงานคนละสถานที่ โดยหลังเลิกงานช่วงเย็นของวันที่ 4 พ.ย. ไม่พบผู้เสียชีวิตกลับบ้าน ตนพยายามโทรศัพท์และส่งข้อความติดต่อแต่ไม่มีการตอบรับ จึงได้ตรวจสอบตำแหน่งรถจากระบบ GPS จนพบว่ารถมาจอดอยู่บริเวณดังกล่าว จึงขับมาตรวจสอบและพบว่าประตูล็อค เรียกไม่มีเสียงตอบรับ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ด้าน นายสนอง อ้อมทองหลาง อายุ 44 ปี ชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่ตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนวันที่ 4 พ.ย. จนช่วงบ่ายของวันนี้เห็นชายคนหนึ่งขับรถสีขาวมาจอดดูรถคันดังกล่าว ทราบภายหลังว่าเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต จึงเข้าไปสอบถามและช่วยส่องดูภายในรถ ก่อนพบว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่จึงแจ้งให้เทศบาลประสานตำรวจ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุ และมอบร่างผู้เสียชีวิตให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเตรียมประสานญาติมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ