เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยแพร่รายงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM สรุปสถานการณ์สาธารณภัยเพื่อประกอบการบริหารจัดการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนและระดับน้ำทะเลหนุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
รายงานระบุว่า วันที่ 13 ตุลาคม ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขณะที่การพยากรณ์อากาศระยะสั้นคาดว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป ภาคใต้จะมีฝนตกปานกลาง ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันตก มีแนวโน้มเกิดฝนตกปานกลางถึงหนักตั้งแต่ช่วงกลางคืนเป็นต้นไป
สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำและลุ่มน้ำ ปภ. รายงานว่า ลุ่มน้ำบางปะกงมีแนวโน้มระดับน้ำลดลง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางมีปริมาณน้ำรวมกันคิดเป็น 83% ของความจุ สามารถรองรับน้ำได้อีก 13,056 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะเดียวกัน มีเขื่อนหลายแห่งที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับสูง ได้แก่ เขื่อนวชิราลงกรณ มีน้ำ 98% ของความจุ เขื่อนศรีนครินทร์ 97% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 96% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เต็มความจุแล้ว ส่วนเขื่อนหนองปลาไหลและเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำเกินความจุ โดยเต็มศักยภาพในการกักเก็บน้ำแล้ว จึงจำเป็นต้องติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ปภ. ยังแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในช่วงวันที่ 27-31 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยง โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ