กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการ “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยจังหวัดลำพูนถือเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกๆ ที่ได้ทดลองใช้ระบบจริง หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองและเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้ได้รับความสะดวกที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล
นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เหตุภัยพิบัติเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เวลาประมาณ 17.00 น. มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง ส่งผลกระทบต่อ 4 หมู่บ้าน แม้ระดับน้ำจะท่วมขังเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่นำคราบโคลนและทรายเข้ามาจำนวนมาก โดยบางจุดมีระดับน้ำสูงถึงระดับเอว ส่งผลกระทบต่อประชาชนรวม 225 ครัวเรือน
ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ระบุต่อว่า หลังเกิดเหตุได้รับการประสานตรงจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และอธิบดี ปภ. ให้เร่งรัดการดำเนินงานเรื่องการเคลมประกันภัยพิบัติ เนื่องจากเป็นกรณีแรกที่นำระบบนี้มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง ทางจังหวัดจึงมอบหมายให้นายอำเภอบ้านโฮ่ง รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด พร้อมประสานสำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ อำนวยความสะดวกในการยื่นหลักฐาน ทั้งระบบออนไลน์และการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (Walk-in) เพื่อลดความสับสนของประชาชนในขั้นตอนการยื่นเรื่อง
นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย เทศบาล และ ปภ. เข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการลงทะเบียน ให้เป็นไปด้วยความราบรื่นและถูกต้อง ซึ่งการลงทะเบียนครั้งนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ประสบภัยได้รับค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็วแล้ว ยังเป็นการเก็บข้อมูลปัญหาและอุปสรรคจากการใช้งานระบบจริง เพื่อนำไปพัฒนาระบบการยื่นเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ