วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองอุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบชายฉายา โอเว่น ในชุมชนหนองตุ ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี หลังภรรยาซึ่งใช้ชื่อว่า เจ๊ตูน โพสต์ข้อความขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยระบุว่าสามีเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้ประมาณ 4-5 วัน แต่กลับมามีพฤติกรรมเสพและขายยาบ้าเป็นประจำ จนทำให้คนในพื้นที่เกิดความหวาดกลัวและเดือดร้อน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาประจานสามี แต่ต้องการแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
หลังข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่และมีการแชร์ต่อ นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี จึงสั่งการให้นายชาติอาชาไนย ธนถาวรโชติ ปลัดอำเภอเมืองอุดรธานี ฝ่ายความมั่นคง นำกำลังชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ตามมาตรการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย

เจ้าหน้าที่เริ่มซุ่มสังเกตการณ์บริเวณชุมชนหนองตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. ก่อนพบชายที่มีรูปร่างและลักษณะตรงกับข้อมูล ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณหน้าบ้านพัก จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พร้อมตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ผลตรวจเบื้องต้นพบเป็นบวก และตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพัก แต่ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงควบคุมตัวนายโอเว่นมาทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และขับขี่รถจักรยานยนต์ในขณะที่มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย
นายชาติอาชาไนย เปิดเผยว่า ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา นายอำเภอเมืองอุดรธานีได้รับข้อมูลจากสื่อโซเชียลท้องถิ่นว่า มีชายฉายา โอเว่น เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเพียง 4 วัน และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน จึงมีคำสั่งให้ฝ่ายความมั่นคงลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร่งด่วน
ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงจะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับประชาชน พร้อมฝากถึงผู้เสพและผู้ค้าว่า หากยังฝ่าฝืนจะถูกติดตามเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ส่วนประชาชนที่พบเบาะแสเกี่ยวกับการมั่วสุม เสพ หรือค้ายาเสพติด รวมถึงผู้มีอาการคลุ้มคลั่ง สามารถแจ้งข้อมูลมายังฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองอุดรธานี เพื่อเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว
ภายหลังถูกควบคุมตัว นายโอเว่น ได้เปิดใจถึงความสัมพันธ์กับ เจ๊ตูน ภรรยาวัย 68 ปี ซึ่งเป็นผู้โพสต์แจ้งเบาะแส โดยเล่าว่า ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่สมัยที่ฝ่ายหญิงประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้ ขณะที่ตนเข้าไปทำหน้าที่เป็นเด็กเก็บเงินกู้ ก่อนความสัมพันธ์จะพัฒนาจนตกลงคบหากัน
ปัจจุบันนายโอเว่นพักอาศัยอยู่ที่ จ.อุดรธานี ขณะที่เจ๊ตูนอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร โดยในช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ เจ๊ตูนเป็นผู้ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ สนับสนุนค่าใช้จ่าย เปิดรีสอร์ตให้พักอาศัย ให้เงินใช้จ่ายวันละประมาณ 300-350 บาท รวมถึงออกค่าน้ำมันรถให้ในแต่ละวัน
นายโอเว่นยอมรับว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีปัญหาเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงที่ไม่สามารถติดต่อกันได้หรือมีปากเสียงกัน ซึ่งเจ๊ตูนมักเกิดความหึงหวงและโพสต์ข้อความพาดพิงผ่านโซเชียลมีเดียว่าตนไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่น อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทั้งคู่มักกลับมาคืนดีกัน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดิมซ้ำอีก
สำหรับกรณีที่ถูกฝ่ายปกครองจับกุมและตรวจพบสารเสพติด นายโอเว่นยอมรับว่าเสพจริง พร้อมเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นไปตามกฎหมาย และยอมรับว่าการเสพยาเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกภรรยาแจ้งเบาะแสจนถูกจับกุม นายโอเว่นยังยืนยันว่าตนเองยังรักเจ๊ตูนเหมือนเดิม หากฝ่ายหญิงบอกเลิก ตนก็พร้อมตามง้อและยังรักเหมือนเดิมทุกครั้ง โดยในชีวิตประจำวันตนมักเรียกเจ๊ตูนว่า พี่ และบางครั้งเรียกว่า ผู้เฒ่าอ้วน ด้วยความรักและเอ็นดู พร้อมบอกว่าหากเจ๊ตูนได้ดูข่าวนี้ ก็อยากโทรศัพท์ไปพูดคุยและง้อขอคืนดีทันที

กระทั่งหลังถูกจับกุม นายโอเว่นได้ขอวิดีโอคอลพูดคุยกับเจ๊ตูน โดยทันทีที่ฝ่ายหญิงรับสาย นายโอเว่นพูดว่า ตอนนี้ผมถูกจับแล้ว หลังจากที่โพสต์ ตอนนี้สมใจหรือยัง
ด้านเจ๊ตูนตอบกลับทันทีว่า ก็ดีแล้ว ทำตัวไม่ดีเอง ถ้าทำตัวดี ๆ เขาคงไม่จับมึงหรอก
ก่อนวางสาย นายโอเว่นยังทิ้งท้ายด้วยคำพูดว่า ถึงเจ๊จะเป็นยังไง ผมก็รักเจ๊นะ ก่อนสายจะตัดไป ท่ามกลางเสียงแซวของนักข่าวและเจ้าหน้าที่ ขณะที่คดีเสพสารเสพติดยังคงเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ