เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายทวีศักดิ์ หงษ์ทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ได้รับการประสานจากปลัดอำเภอศรีมหาโพธิ ขอความช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงอาการวิกฤต ซึ่งจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากบ้านเพื่อส่งโรงพยาบาล จึงประสานทีมอาสาสมัครกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน นำเรือเข้าให้การช่วยเหลือ
จุดเกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 ตำบลสัมพันธ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยบริเวณบ้านถูกน้ำท่วมสูงเกือบถึงชั้น 2 ทำให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีสิ่งกีดขวาง รวมถึงแผ่นสังกะสีและกิ่งไม้ที่ยื่นขวางทางเรือ เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือเข้าใกล้ตัวบ้าน ก่อนนำบอร์ดลุยน้ำเข้าไปรับผู้ป่วย ทราบชื่อ นายชลอ ยิ้มละม้าย อายุ 80 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง

โดยขณะนั้นมีอาการอ่อนแรงและชีพจรอ่อน เจ้าหน้าที่จึงเร่งเคลื่อนย้ายขึ้นเรือและนำออกจากพื้นที่ ท่ามกลางกระแสน้ำและสิ่งกีดขวางจำนวนมากบริเวณด้านหลังบ้าน ระหว่างทางอาสากู้ภัยได้ตรวจสอบอาการและชีพจรของผู้ป่วย พบว่าอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง จึงเร่งนำผู้ป่วยขึ้นฝั่ง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลศรีมหาโพธิเข้ารับตัว
เมื่อทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ชีพเดินทางมาถึง ได้ตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยไม่มีชีพจร จึงทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) อย่างเร่งด่วน แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และได้รับการยืนยันว่า ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว
จากการสอบถาม ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ภายในบ้านพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน โดยสามีเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานประมาณ 2 ปี และบ้านถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ได้พาสามีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าน แต่ด้วยความเกรงใจจึงพากลับมาพักที่บ้านอีกครั้ง กระทั่งช่วงเช้าวันนี้พบว่าสามีมีอาการทรุดหนัก จึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ให้เข้ามารับตัวส่งโรงพยาบาล

ด้านลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า บิดาป่วยติดเตียงมาประมาณ 2 ปี ก่อนหน้านี้ครอบครัวยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกจากบ้าน เนื่องจากระดับน้ำยังไม่สูงมาก แต่วันนี้บิดามีอาการเหนื่อยและทรุดหนัก จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ขณะที่นายทวีศักดิ์ หงษ์ทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานเมื่อเวลาประมาณ 09.50 น. ว่ามีผู้ป่วยอาการวิกฤต จึงนำเรือเข้าไปรับ โดยเดินทางถึงบ้านผู้ป่วยเวลาประมาณ 10.15 น. พบว่าผู้ป่วยมีอาการทรุดหนัก จึงรีบเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าชีพจรของผู้ป่วยอ่อนลงเรื่อย ๆ ก่อนนำตัวมาถึงท่าเรือประมาณ 10.25 น. และประสานรถกู้ชีพเข้ารับตัว แต่เมื่อทีมแพทย์ตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยไม่มีชีพจร จึงทำ CPR ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก่อนจะได้รับการยืนยันในเวลาต่อมาว่า ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว

นายทวีศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเศร้าใจให้กับครอบครัวและผู้ที่เข้าให้การช่วยเหลือ พร้อมฝากเตือนประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย หากมีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ควรรีบประสานเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ