เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุเรือล่ม มีผู้สูญหายทางน้ำจำนวน 2 ราย บริเวณคลองสำโรง ใต้สะพานข้ามคลองวัดบางพลีใหญ่ใน ต.บางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงประสานนักประดาน้ำกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมเรือจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลบางพลี และรถกู้ชีพ เข้าตรวจสอบและค้นหา
ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลบางพลีกำลังนำเรือออกค้นหาผู้สูญหาย โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงพบร่างผู้สูญหายรายแรก จากนั้นเจ้าหน้าที่และชาวบ้านยังคงค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบผู้สูญหายอีกราย จึงประสานนักประดาน้ำกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำชุดประดาน้ำลงค้นหา กระทั่งประมาณ 20 นาทีต่อมา สามารถพบร่างผู้สูญหายรายที่ 2 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดพบร่างแรก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ 4 จังหวะ จมอยู่ก้นคลอง จึงนำขึ้นจากน้ำเพื่อส่งมอบให้ตำรวจตรวจสอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ทราบชื่อคือ นายกรภพ พลวัตเดโช อายุ 17 ปี และ นายศุภกร พลวัตเดโช อายุ 20 ปี เป็นพี่น้องกัน

จากการสอบถามมารดาของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างหนัก บอกเพียงว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายทั้งสองคนออกจากบ้านเพื่อไป ซื้อกระสอบทรายจำนวน 20 กระสอบ เพื่อนำกลับไปทำแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมบริเวณบ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ โดยทั้งสองเดินทางไปทางเรือ ก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตเป็นบุตรคนที่ 3 และคนที่ 4 จากทั้งหมด 4 คน

ขณะที่ นายมงคล กล่อมลอย พยานผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นวัยรุ่นชาย 2 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกัน อายุประมาณ 17 และ 19 ปี มาซื้อทรายและนำทรายขึ้นบรรทุกบนเรือเครื่องยนต์ขนาดเล็ก จากนั้นขับเรือออกไป โดยช่วงแรกหัวเรือมีลักษณะเชิดขึ้นตามแรงเครื่องยนต์ เมื่อเรือมาถึงบริเวณใต้สะพาน คนขับได้เบาเครื่องลง ทำให้น้ำหนักของทรายที่บรรทุกอยู่บนเรือกดทับ ส่งผลให้หัวเรือปักดิ่งลงน้ำและเรือจมลงอย่างรวดเร็ว หลังเรือจม ทั้งสองพยายามตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ จึงตะโกนบอกให้คว้าถังน้ำมันของเรือที่ลอยอยู่ใกล้ตัวเพื่อใช้พยุงร่าง พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่บนสะพาน

ก่อนจะมีพลเมืองดีนำเรือพายออกไปช่วยเหลือ แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 2 นาที ทั้งสองก็จมหายไปต่อหน้าต่อตา ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถลงไปช่วยเหลือด้วยตนเองได้นั้น พยานระบุว่าจุดเกิดเหตุอยู่ฝั่งตรงข้ามและห่างจากบริเวณที่ตนยืนอยู่หน้าวัด อีกทั้งมีกระแสน้ำไหลแรง จึงเกรงว่าหากกระโดดลงไปช่วยอาจได้รับอันตรายและจมน้ำไปด้วย จึงทำได้เพียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเรือล่ม ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
