เมื่อเวลา 09.19 น. วันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดพัทยา ถนนเลียบชายหาด หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีเรือลากร่มและเรือสปีดโบ๊ทถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาด ภายหลังพื้นที่เมืองพัทยามีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 24 กันยายน จนถึงช่วงเช้าวันนี้ ประกอบกับมีลมกระโชกแรงเป็นระยะและฝนตกอย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบบริเวณชายหาดพัทยา พบเรือลากร่มขนาดใหญ่จำนวน 2 ลำ ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาดใกล้ถนนเลียบชายหาด ซอย 6 นอกจากนี้ ยังพบเรืออีก 1 ลำ ถูกคลื่นพัดเข้ามาเกยบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่ตลอดแนวชายหาดมีเศษขยะและวัสดุต่าง ๆ ถูกคลื่นซัดขึ้นมากองเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน พบเรือสปีดโบ๊ทบางลำได้รับความเสียหายจากแรงคลื่นและลม โดยบางลำอยู่ในสภาพเกยตื้น ขณะที่บางลำจมอยู่ในทะเล เบื้องต้นเจ้าของเรือและผู้ประกอบการยังไม่สามารถเข้าดำเนินการกู้เรือได้ เนื่องจากต้องรอให้สภาพคลื่นลมสงบลงก่อน เพื่อความปลอดภัยในการนำเรือกลับเข้าฝั่งและนำไปซ่อมแซม

จากการสอบถามพนักงานขับเรือสปีดโบ๊ท ทราบว่า เรือลากร่มขนาดใหญ่ทั้ง 2 ลำ เกิดเหตุสมอหลุดหรือสมอขาดตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ทำให้เรือไม่สามารถยึดตำแหน่งอยู่กลางทะเลได้ ก่อนถูกกระแสคลื่นและแรงลมพัดเข้าหาฝั่งจนเกยตื้นบริเวณชายหาด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นอกจากนี้ ยังพบเจ้าของและผู้ประกอบการเจ็ตสกีหลายรายเร่งนำเรือและอุปกรณ์ขึ้นมาเก็บไว้บนฝั่ง เพื่อป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศและคลื่นลมที่ยังคงแปรปรวน พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ตลอดแนวชายหาดพัทยา พบเศษขยะจำนวนมาก โดยเฉพาะถุงพลาสติก ขวด และวัสดุต่าง ๆ ถูกคลื่นซัดขึ้นมากองตามแนวชายหาด เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการในพื้นที่อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศฉบับที่ 8 (224/2569) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 25 - 27 กันยายน 2569 ภาคตะวันออก รวมถึงจังหวัดชลบุรี จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยพยากรณ์อากาศภาคตะวันออกประจำวันที่ 25 กันยายน ระบุว่า จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขณะที่จังหวัดชลบุรีอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักมากบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยายังระบุว่า ภาคตะวันออกจะมีลมแปรปรวนความเร็วประมาณ 20 - 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 - 3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร จึงขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการทางทะเลเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
สำหรับเรือลากร่มทั้ง 2 ลำ รวมถึงเรือสปีดโบ๊ทที่ได้รับความเสียหาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรอให้คลื่นลมสงบลงก่อน จึงจะสามารถเข้าดำเนินการกู้เรือและนำกลับไปซ่อมแซมได้ ขณะที่ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่ยังคงแปรปรวน
