วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยประกาศดังกล่าวมีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรง ส่งผลให้บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นลมแรง โดยคลื่นสูงประมาณ 2-4 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นจะสูงมากกว่า 4 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง จะมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตร
จึงขอให้ชาวเรือที่เดินเรือในทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2569 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม
ขณะเดียวกัน พายุไต้ฝุ่น บาหวี่ (BAVI) ที่ก่อตัวอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 โดยพายุลูกดังกล่าวจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดตราด
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี
ภาคใต้: จังหวัดระนอง และพังงา