สลด! เก๋ง พุ่งชน จยย. หญิง วัย 63 ปี ร่างกระเด็น ฟาดเสาร่างขาด 2 ท่อน เสียชีวิตคาที่
ข่าวภูมิภาค

สลด! เก๋ง พุ่งชน จยย. หญิง วัย 63 ปี ร่างกระเด็น ฟาดเสาร่างขาด 2 ท่อน เสียชีวิตคาที่

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ จุดภาชี ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ ชนกับ รถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนทางหลวงหมายเลข 33 สายสระบุรี - ภาชี มุ่งหน้าอำเภอภาชี บริเวรจุดกลับรถโคกม่วง ต.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา หลังรับแจ้ง จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่าง นางรัตนา (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี สภาพลำตัวขาด 2 ท่อน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีส้ม พังเสียหายยับเยิน ใกล้กัน พบ รถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ทะเบียนพระนครศรีอยุธยา ด้านหน้าพังเสียหาย คนขับได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลภาชี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถ่ายภาพในจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยา นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเบื้องต้นที่โรงพยาบาลภาชี พร้อมประสานติดตามญาติให้รับทราบ และจะทำการสอบสวนคนขับรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้กับที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ขณะที่ รถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ขับมาบนถนน ได้ชนกับรถจักรยานยนต์ ที่กำลังข้ามถนนเพื่อที่กลับรถอย่างจัง ทำให้ร่างคนขับรถจักรยานยนต์กระเด็นลอยไปฟาดกับเสาป้ายเกาะกลางถนนร่างขาด 2 ท่อนเสียชีวิต

ต่อมา นายจีรพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี สามีผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่โรงพยาบาลภาชี ทันทีที่เห็นร่างภรรยาอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ บอกกับร่างไร้วิญญาณขอให้ไปดี ไม่ต้องห่วงอะไร พร้อมเล่าว่า วันนี้ตนไปทำงานส่วนภรรยาอยู่บ้าน คาดว่า ภรรยาขี่รถจักรยานยนต์ มาเก็บผักที่บ้านญาติใกล้กับที่เกิดเหตุ แต่มาประสบอุบัติเสียชีวิตเสียก่อน

ทางด้าน นายศิวภาคย์ สังข์สำราญ เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งก่อนหน้านี้ เหตุที่แรก ตรงจุดเกิดเหตุ ว่ามีจักรยานยนต์ชนไหล่ทางได้รับบาดเจ็บ 2 คน ก็ไปตรวจสอบช่วยเหลือทำแผลปฐมพยาบาลอยู่ จังหวะนั้นได้ยินเสียงเบรกดังสนั่นและก็เสียงชนตูม ใกล้กับเหตุแรก เป็นรถเก๋งชนท้ายมอเตอร์ไซค์ และคนเจ็บร่างลอยไปชนเสาทำให้เสียชีวิต ร่างขาดเสา 2 ท่อน เสียชีวิตคาที่ ส่วนคู่กรณีอยู่โรงพยาบาลโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาดูไม่ได้หลบหนีไปไหน

ทั้งนี้ ฝากเตือน จุดดังกล่าว เป็นจุดกลับรถ มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะกลับรถยูเทิร์น ขับย้อนศรขึ้นมาบ้าง เหตุเกิดประจำ เพราะแต่ละยูเทิร์นอยู่ไกล อยากให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะรถสัญจรไปมาเยอะ อีกทั้งคนข้ามถนนก็เยอะ ถนนเป็นทางตรงรถที่ขับมาใช้ความเร็วมาก หวั่นอันตรายที่อาจเกิดซ้ำขึ้นอีก