เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ ยูโรนิวส์ (Euronews) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim News Agency) ของอิหร่าน ว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้เปิดเผยรายชื่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ประมาณ 30 แห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุว่าเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของศัตรู ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นเป้าหมายต่อไปของอิหร่าน
รายชื่อดังกล่าวเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) บัญชีทางการของ Tasnim News (@Tasnimnews_Fa) โดยระบุชื่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Amazon, Microsoft, Google, Oracle, NVIDIA, IBM และ Palantir พร้อมข้อมูลทรัพย์สินในภูมิภาค ทั้งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), อิสราเอล และบาห์เรน พร้อมระบุว่าสถานที่เหล่านี้เป็น เป้าหมายใหม่ในภูมิภาค

รายงานระบุว่า สำนักงานและศูนย์ข้อมูลจำนวนมากของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ตั้งอยู่ในเมืองดูไบของยูเออี และกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล โดยเฉพาะสำนักงานใหญ่ของ Palantir ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รวมถึงสำนักงานของ Amazon, Microsoft และศูนย์วิศวกรรมของ NVIDIA ที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง
รายงานชี้ว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud Computing) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกันยูโรนิวส์ยังระบุอีกว่า ได้ติดต่อไปยังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่อยู่ในรายชื่อ ได้แก่ Microsoft, Nvidia, Amazon, Google, Oracle, IBM และ Palantir เพื่อขอความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับในทันที

นอกจากนี้ รายงานยังเปิดเผยว่า ศูนย์ข้อมูลของ Amazon สองแห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถูกระบุอยู่ในรายชื่อของอิหร่าน ได้ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ศูนย์ข้อมูลอีกแห่งในบาห์เรนได้รับความเสียหายจากเศษซากการโจมตีในพื้นที่ใกล้เคียง
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีดังกล่าว โดยระบุผ่านสื่อของรัฐว่า การปฏิบัติการมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้บทบาทของศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งถูกมองว่าสนับสนุนกิจกรรมทางทหารและข่าวกรองของศัตรูในภูมิภาค

ทั้งนี้ สำนักข่าวทัสนิมยังรายงานเพิ่มเติมว่า สำนักงานของ Oracle, IBM และ Google ในเยรูซาเลม เทลอาวีฟ และอาบูดาบี ก็ถูกรวมอยู่ในรายชื่อเป้าหมายเช่นกัน โดยถูกกล่าวหาว่าให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานแก่หน่วยงานทางทหารของศัตรู
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค ขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของตะวันตกกลายเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งด้านไซเบอร์และเทคโนโลยีที่กำลังทวีความซับซ้อนมากขึ้นในตะวันออกกลาง