วันนี้ 11 มี.ค. 69 จากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ผู้ชายใช้มีดพร้าทุบกระจกรถเก๋ง และประตูหน้าบ้านแตกเสียหาย โดยมีเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ และมีเสียงตะโกนห้ามปรามจากผู้ที่อยู่ในบ้าน และผู้ถ่ายคลิป พอทราบต้นตอของคลิป โดยคลิปดังกล่าวเป็นของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง จึงได้มีการประสานขอข้อมูล และนัดหมายพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เดินทางไปที่บ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จ.อุดรธานี พบครูเก๋ อายุ 31 ปี เจ้าของรถเก๋ง และเป็นลูกสาวของบ้านโดยมีพ่อแม่ และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันนำชี้จุดเกิดเหตุ ประตูกระจกบานเลื่อนฝั่งซ้ายโดยของแข็งทุบแตกเสียหายทั้งบาน และมีรูคล้ายโดนกระสุนปืนเจาะทะลุกระจุก ส่วนรถเก๋งมีร่องรอยถูกของแข็งฟาดอย่างแรงที่กระจกหน้าและหลังฝั่งขวา โดยมีการส่งคลิปและภาพถ่ายเพิ่มเติมให้ผู้สื่อข่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
ครูเก๋ เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุอาละวาดทุบทำลายประตูและรถเก๋ง คือนายปริญญา อายุ 33 ปี เป็นอดีตสามี ทำงานหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ตนและนายปริญญา รู้จักกันตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน เขาเป็นรุ่นพี่ กระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ตนสอบบรรจุเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ส่วนนายปริญญา สอบทำงานรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกัน
ครูเก๋ กล่าวต่อไปว่า ตนและนายปริญญาได้คบหากัน ซึ่งตนยอมรับว่า ชอบเขา แต่พ่อแม่และญาติได้ห้ามตนไม่ให้คบ แต่ตนไม่เชื่อยังคบกับเขา กระทั่งได้ตกลงแต่งงานกัน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ค่าสินสอดเงิน 3 แสนบาท ทองคำหนัก 2 บาท แต่งงานแล้วเขามาอยู่ที่บ้านกับตน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ซึ่งนิสัยเขาเป็นคนเอาแต่ใจ พอเขาโกรธตนก็จะพยายามเงียบไม่โต้ตอบเรื่องจึงจะจบ เขามีโรคประจำตัวเบาหวานและความดัน
ครูเก๋ กล่าวต่อไปว่า ส่วนสาเหตุที่แยกทางกัน เมื่อเดือนมกราคม 2569 เขาไม่สบาย เพราะโรคประจำตัวกำเริบ ได้ไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังเลิกเรียนด้วยความห่วงสามี ตนก็รีบขับรถไปเยี่ยมเขา แต่เขากลับโกรธ หาว่าตนไม่รับแม่เขามาด้วย จากนั้น ก็ใช้เท้าถีบที่หน้าอกตนพอดีพยาบาลอยู่ด้วยจึงรีบห้าม ตนรู้สึกเสียใจมากที่สามีไม่ให้เกียรติ หมดความอดทน พอเขาออกจากโรงพยาบาลจึงขอแยกทางกับเขา ให้เขากลับไปอยู่บ้านเขา ซึ่งพึ่งแยกทางกันได้ 1 เดือนกว่า แต่เขาก็พยายามเข้ามาง้ออยู่หลายครั้ง แต่ตนไม่ใจอ่อนคืนดี
ครูเก๋ กล่าวต่อไปอีกว่า พอรู้ว่าตนไม่ใจอ่อนยอมคืนดี เช้าวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม เขาก็ได้ขับรถมาที่บ้าน ถือมีดพร้ามาอาละวาดทุบกระจกบ้าน และทุบรถเก๋งของตนด้วย ตอนนั้นตนกับแม่อยู่ในบ้าน ตนถ่ายคลิปเอาไว้ ส่วนพ่อเป็นคนเดินออกไปเจรจากับเขา ส่วนแม่โต้เถียงอยู่ในบ้าน เขาขอเงินสินสอดที่แต่งตนคืน เขาให้เหตุผลว่า แต่งงานอยู่กินแค่ปีกว่ามันไม่คุ้ม จึงขอสินสอดคืน 2 แสนบาท แต่แม่ไม่ยอมคืนให้ เพราะอยู่กันเป็นปีแล้ว ไม่เคยมีที่ผัวเมียแยกทางกันแล้วขอคืนสินสอดคืน
หลังอาละวาดจนหนำใจ เขาก็กลับไปเอง แม่จึงพาตนไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี จุดประสงค์ก็คืออยากให้ตำรวจ ออกหมายเรียกให้เขามาไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหาย และตกลงแยกทางกันกับตนโดยมีตำรวจเป็นพยาน ด้วยการลงบันทึกประจำวัน ไม่ต้องมาตอแยตนอีก ยอมรับว่าตนกลัวตาย กลัวเขาจะมาทำร้าย เวลาขับรถไปโรงเรียนก็ผวา ไปถึงโรงเรียนก็ยังกลัวเกรงว่าเขาจะตามมาทำร้าย ชีวิตไม่มีความสุข และจะไม่ขอกลับไปคืนดีอยู่กินกับเขาอีกแล้ว จึงตัดสินใจโพสต์คลิปลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว มีผู้เข้ามาชมจำนวนมาก และมีการแชร์คลิปออกไปมากเช่นเดียวกัน