เปิดนาที เก๋งพุ่งอัดท้าย 18 ล้อ ชนวินาศสันตะโร 10 คัน
ข่าวภูมิภาค

เปิดนาที เก๋งพุ่งอัดท้าย 18 ล้อ ชนวินาศสันตะโร 10 คัน

เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 14 ก.พ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันหลายคัน บนถนนนครอินทร์ขาออกก่อนข้ามแยกบางสีทอง ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน กทม. ด้านท้ายถูกรถเก๋ง 3 คันลักษณะชนท้ายต่อกัน ใกล้เคียงยังพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายของ สภาพล้มตะแคงพังเสียหาย และยังมีรถจักรยานยนต์อีก 1 คันพังเสียหายด้วย

โดยเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บที่มากับรถเก๋งเป็นหญิง 2 ราย และรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเป็นชาย 1 ราย รถจักรยานยนต์เป็นชาย 1 ราย รวม 4 ราย ห่างออกไป 50 เมตร พบรถเก๋ง รถกระบะ และจักรยานยนต์รวม 4 คัน มีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย รวมเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย รถเสียหายทั้งหมด 10 คัน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการเคลื่อนย้ายรถทั้งหมดและเปิดการจราจรโดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้วินาทีที่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายของ ทำให้เกิดเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงซ้ำซ้อนอย่างรุนแรง

จากการสอบถาม นายวิฑูรย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อกล่าวว่า ระหว่างขับรถลงจากสะพานพระราม 5 มาก็พบเห็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายของอยู่เลนซ้าย จึงเปิดไฟเลี้ยวขวาเพื่อเปลี่ยนเลนหลบไปในช่องทางกลาง ขณะที่แซงกำลังจะพ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง สังเกตมองกระจกข้างด้านซ้ายเห็นรถจักรยานยนต์แซงซ้ายและเกิดไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ก่อนที่จะล้มและไถลเข้าใต้ท้องรถพ่วง ตนจึงจำเป็นต้องเบรกอย่างกะทันหัน

หลังจากนั้นก็ถูกรถยนต์คันที่ตามหลังชนท้ายซ้ำดังกล่าว ทั้งนี้ ตนใช้ความเร็วไม่ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าตนไม่เบรกก็คงต้องทับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างแน่นอน ด้านคนขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีเหลือง ทะเบียน กทม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงอยู่ก่อนแล้ว รถทุกคันมีการชะลอตัวรวมถึงรถตน โดยขับไปอย่างช้า ๆ

จู่ ๆ ก็ถูกรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีแดง ที่มาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถตน และกระบะ รวมถึงรถจักรยานยนต์ซ้ำอย่างแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บเป็นผู้ขับขี่รถฟอร์จูนเนอร์ซึ่งเป็นผู้หญิง 1 ราย ส่วนอีก 1 รายเป็นชายขับขี่รถจักรยานยนต์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐานซึ่งหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถทุกคันเพิ่มเติมอีกครั้ง