เมื่อเวลา 02.57 น. วันที่ 7 ก.พ.2569 พ.ต.ท.โสภณ โกมลสุทธิ รอง ผกก.หัวหน้างาน (สอบสวน) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนแบริเออร์ ส่งผู้ให้มีผู้ได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสติดภายใน บนถนนมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 กม.ที่ 11 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.สิรินธร ก่อนประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างเพื่อเร่งดำเนินการในการช่วยเหลือในครั้งนี้
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ ฝั่งขาเข้า พบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน ญฎ 8005 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งชนติดคาแบริเออร์เกาะกั้นกลางถนน สภาพรถพังยับเยิน กระจกแตกร้าวทุกบาน บริเวณช่วงกลางลำฝั่งคนขับไปจนถึงช่วงท้ายรถหักบิดงอทะลุแบริเออร์ไปยังฝั่งขาออก

พบผู้ได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสสภาพนั่งหายใจรวยรินติดคาซากอยู่ที่บริเวณเบาะคู่หน้า 2 ราย ทราบชื่อคนขับต่อมา เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างงัดช่วยเหลือออกมา ก่อนผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนอีกราย อายุ 36 ปี ทราบต่อมาเป็นภรรยาผู้เสียชีวิต ขณะเกิดอุบัติเหตุกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่งรพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วนแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้เช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงนำศพทั้งคู่ส่งสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อดำเนินการผ่าชันสูตรพลิก
ด้านพ.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นที่น่าเศร้าใจจนเป็นเหตุให้สามี-ภรรยา เสียชีวิตทั้งคู่ โดยเฉพาะภรรยาที่ตั้งครรภ์ได้เพียง 2-3 เดือนเท่านั้น ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกเม็ดพลาสติกแข็งที่คาดว่าจะนำไปหลอมใหม่ ประมาททำถุงบิ๊กแบ็กร่วงหล่นบนท้องถนน

ก่อนถุงจะขาดเป็นเหตุให้มีเม็ดพลาสติกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นผิวถนน ช่วงก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 4-500 เมตร ทำให้รถยนต์ผู้ประสบเหตุที่ขับมาด้วยความเร็วขณะกำลังกลับจากจ.ชลบุรี เพื่อเข้าบ้านพักในกทม. รถเกิดลื่นไถลเสียหลักชนเข้ากับแบริเออร์เข้าอย่างจังจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีรถที่วิ่งผ่านมายังจุดเกิดเหตุประสบอุบัติเหตุอีกหลายคัน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวคนขับรถบรรทุก 6 ล้อ มารับทราบข้อกล่าวหา กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และทรัพย์สินเสียหาย ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป