สุดสลด ลูกจ้างขับเก๋งชนเสาไฟฟ้า ไฟลุกพรึ่บคลอกเสียชีวิต
ข่าวภูมิภาค

สุดสลด ลูกจ้างขับเก๋งชนเสาไฟฟ้า ไฟลุกพรึ่บคลอกเสียชีวิต

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 31 ม.ค.2569 พ.ต.ท.บุญเชิด เชิดบารมี สารวัตร(สอบสวน) สภ.อุทัย รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าเกิดเพลิงลุกไหม้ บนถนนทางหลวงหมายเลข 3056 สายอุทัย-ภาชี ช่วงเบี่ยงซ้าย ใกล้กับสี่แยกอุทัย-ภาชี ม.5 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิง อบต.คานหาม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ ทะเบียน ลพบุรี สภาพชนอัดติดกับเสาไฟฟ้าริมถนน พังยับเยิน เพลิงกำลุงไหม้อย่างรุนแรง ภายในรถพบคนขับติดอยู่ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ต้องเร่งระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง

หลังจากเพลิงสงบ พบเพลิงลุกไหม้เสียหายเกือบทั้งคัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตที่ออกมาจากรถ พบว่าท่อนบนถูกเพลิงไหม้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต อายุ 32 ปี ภายในรถพบอุปกรณ์ประกอบอาหาร และถังแก๊ส เครื่องยนต์รถกระเด็นหลุดเข้าไปในอาคารพาณิชย์ใกล้จุดเกิดเหตุ ชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน จากการสอบถาม  เจ้าของอาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนอนหลับอยู่ชั้นบน ได้ยินเสียงรถชนดังสนั่นจึงรีบลงมาดู พบว่าเครื่องยนต์กระเด็นเข้ามาอยู่ในรั้วของตึก

และพบรถยนต์ชนเสาไฟฟ้าเกิดไฟลุกไหม้รวดเร็วรุนแรงมาก ตนและภรรยาจึงรีบพยายามใช้น้ำดับ และหาอุปกรณ์ไปงัดประตู เพื่อเข้าไปช่วยเหลือคนขับที่ติดอยู่ในรถ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยคนขับรถได้

ด้าน นายฉัตรชัย เรืองโอชา เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เปิดเผยว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุในช่วงแรก ผู้ขับขี่ยังไม่เสียชีวิต ได้ใช้ถังเคมีดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิงเบื้องต้น และพยายามงัดประตูรถ แต่เนื่องจากเปลวไฟรุนแรงมาก ไม่สามารถเปิดประตูได้ หากเปิดออกได้คาดว่าผู้บาดเจ็บอาจรอดชีวิตแต่ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส

ต่อมาถังแก๊สภายในรถเกิดระเบิด จึงต้องกันเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ และเร่งนำถังแก๊สออกหลังรถดับเพลิงมาถึง เนื่องจากยังมีแก๊สรั่วไหล เจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งที่ช่วงหนึ่งผู้ขับขี่ยังร้องขอความช่วยเหลืออยู่ ต่อมา เจ้าของรถเก๋ง เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกจ้างของตน ที่ช่วยขายอาหารอยู่ที่ตลาดนัดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ

ช่วงเย็นวันเกิดเหตุยังช่วยกันขายของตามปกติ ก่อนที่ตนจะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านมาก่อน เนื่องจากข้ามคืนนี้เป็นวันเกิดของตนเอง จึงตั้งใจจะไปสวดมนต์ข้ามคืน จึงให้ผู้ตายเก็บร้านและขับรถกลับบ้านพักในพื้นที่ อ.บางปะอิน จนกระทั่งดึกแล้วผู้ตายยังไม่ถึงบ้าน ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อแต่ติดต่อไม่ได้ กระทั่งมีเพื่อนโทรมาแจ้งว่า นายอัตถชัย ประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต เมื่อตนมาถึงก็พบว่าลูกจ้างเสียชีวิตแล้ว

โดยนายอัตถชัย เพิ่งมาทำงานได้เพียง 3 เดือน รับค่าแรงรายวัน และเป็นคนขยัน มาขอตนทำงาน เพื่อเก็บเงินจะไปขอแฟนแต่งงาน ซึ่งปัจจุบันรายได้ทุกบาทจะส่งให้แฟนที่อยู่ต่างจังหวัด เพื่อเตรียมจะไปขอแต่งงานกันในเดือนมี.ค.นี้ อีกทั้งในวันหยุดยังมักขับยืมรถพาแม่ไปเที่ยวและทานข้าว ทำให้ตนรู้สึกเสียใจและสงสารอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณอาคารพบภาพรถเก๋งขับมาด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง จนเครื่องยนต์กระเด็นเข้าไปในอาคารและเกิดประกายไฟ เจ้าของอาคารรีบออกมาดับไฟและพยายามช่วยเหลือผู้ขับขี่ทันที แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป