เรื่องจริงของพยาบาลรัฐ หลังการเสียชีวิตของพยาบาล สะท้อนตารางเวรโหด
ข่าวภูมิภาค

เรื่องจริงของพยาบาลรัฐ หลังการเสียชีวิตของพยาบาล สะท้อนตารางเวรโหด

การจากไปของพยาบาลโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ไม่ใช่เพียงข่าวเศร้าที่ผ่านตาไปวันต่อวัน แต่คือสัญญาณเตือนที่ดังชัดต่อระบบการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะ ตารางเวรดึก–เช้า ที่พยาบาลจำนวนมากต้องเผชิญจนกลายเป็นความปกติในสายตาระบบ

ตารางเวรดึก–เช้า ไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานหนัก แต่คือการทำงานต่อเนื่องโดยแทบไม่มีเวลาพัก เวรดึกยังไม่ทันจบ ร่างกายยังไม่ได้ฟื้นตัว เวรเช้าก็เริ่มต้นทันที ความอ่อนล้าสะสม กลายเป็นความเสี่ยงต่อทั้งสุขภาพกายและใจของพยาบาลเอง

กรณีของพยาบาลสาววัย 30 ปีที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามว่า ระบบที่ปล่อยให้พยาบาลต้องฝืนร่างกาย ฝืนสภาพจิตใจ เพื่อให้งานเดินต่อ เป็นระบบที่ปลอดภัยจริงหรือไม่ เพราะในความเป็นจริง พยาบาลจำนวนมากรู้สึกไม่กล้าใช้สิทธิ์ลาป่วย ไม่กล้าหยุดพัก เนื่องจากอัตรากำลังที่ไม่เพียงพอ และความกดดันว่า ถ้าเราหยุด คนไข้จะเป็นอย่างไร

ชีวิตพยาบาลสาววัย 30 ปี จำนวนไม่น้อย เติบโตมากับตารางเวรที่โหดกว่าชีวิตคนทำงานทั่วไป เวลานอนถูกตัดทอน เวลาส่วนตัวแทบไม่เหลือ สุขภาพถูกใช้จนเกินขีดจำกัด แต่กลับถูกคาดหวังให้เข้มแข็ง อดทน และเสียสละอยู่เสมอ

ข่าวการสูญเสียในครั้งนี้ ไม่ควรถูกจบลงด้วยความเศร้าเพียงชั่วคราว หากแต่ควรเป็นบทเรียนสำคัญให้ทุกฝ่ายหันมาทบทวนระบบการจัดตารางเวร การบริหารอัตรากำลัง และความปลอดภัยของพยาบาล เพราะพยาบาลไม่ใช่เครื่องจักร และไม่ควรต้องแลกชีวิต เพื่อรักษาชีวิตผู้อื่น การดูแลคนดูแลคน คือหัวใจของระบบสาธารณสุข หากตารางเวรดึก–เช้ายังคงถูกมองเป็นเรื่องปกติ การสูญเสียอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และคำถามที่สังคมต้องช่วยกันตอบ คือ เราจะปล่อยให้พยาบาลต้องแลกเวลาชีวิตไปอีกกี่คน