วันที่ 9 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใกล้ถึงวันเด็กแห่งชาติ คือ วันเสาร์ที่ 10 ม.ค. 2569 นี้ ผู้ปกครองมักจะถือโอกาสเป็นวันครอบครัว พาเด็กๆ ไปร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ที่หน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชนต่างๆ จัดขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ ในหลายพื้นที่อย่างคึกคัก

แต่กลับกัน นายสุธีร์ บุญแต่ง อายุ 60 ปี และนางสะทน กันภัย อายุ 63 ปี สองสามีภรรยา ชาว ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นปู่และย่าของน้องน้ำโขง หรือ ด.ช. ธิติวัฒน์ บุญแต่ง อายุ 8 ขวบ เหยื่อจรวด BM-21 ของกัมพูชา ยิงใส่ตกใส่บ้าน เมื่อปลายเดือน ก.ค. 68 ที่ผ่านมา กลับไม่มีหลายชายให้พาไปเที่ยวและร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมาอีกแล้ว โดยปู่และย่าของน้องน้ำโขง ได้เพียงนำภาพถ่ายของหลานชายมาให้ผู้สื่อข่าวดู ด้วยความคิดถึง

พร้อมกับกล่าวว่า ตนไม่เคยลืมเลือนหลานชาย นอนร้องไห้ทุกคืน คิดถึงหลานชาย แม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขาอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา ทุกเช้าประมาณตีห้า เขาจะลุกขึ้นวิ่งมากอดตน พร้อมกับพูดว่า พ่อจ๋า หอมแก้ม ได้อะไรกินครับ เป็นอะไรที่ตน ลืมไม่ได้เลย คำพูดวันสุดท้าย ก่อนเขาจากไป เขาบอกว่า พ่อจ๋า วันนี้หนูแข่งกีฬาสีน่ะ พ่อจ๋าต้องไปดูแลหนูน่ะ สิ่งที่เขาพูด ตนยอมรับว่ามันซึมซับอยู่ในความรู้สึก ไม่มีวันลืมเลือน ไม่มีอะไรลบได้ คิดถึงตลอดเวลา เวลาผ่านไป แต่ความทรงจำอยู่ในความรู้สึกตลอดไป รูปจะตั้งไว้บนหัวนอนตลอด เป็นความทรงจำ

วันเด็กทุกปี เขาจะถามว่าพ่อจ๋ามีอะไรบ้าง ตนก็จะบอกว่า จะเอาของไปบริจาคที่โรงเรียน และก็เอาจานเอาช้อนไปให้เขา เผื่อทางโรงเรียนมีขนมมีกับข้าวแจกให้เขาทานในวันเด็ก ส่วนเงินก็เอาไปบริจาคช่วยที่โรงเรียนด้วย ก่อนที่เขาเสียชีวิต เขาบอกว่า หนูอยากบวชเรียนให้สูงๆ ถ้าหนูไม่บวชเรียน พ่อและย่าต้องใช้เงินเยอะ จึงจะบวชและเรียนไปด้วย สิ่งที่เขาอยากทำ เขาเป็นเด็กดีมากๆ แม่เขาไม่เคยติดต่อมาเลย จนลูกชายเสีย แม่เขาถึงได้โผล่มา เขาเคยถามว่า หน้าตาของแม่หนูเป็นยังไงบ้าง แม่หนูคิดถึงหนูบ้างไหม อยากกอดหนูไหม เขาถาม ปู่กับย่าเลยบอกว่า เดี๋ยวหนูเรียนจบ แม่หนูก็จะมาหาเอง หรือหนูจะไปหาก็ได้ ตั้งใจเรียนน่ะลูก คิดถึงเขาเสมอทุกวัน ทั้งย่าและปู่ไม่เคยลืม

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์ รายงาน