วันที่ 20 ธ.ค. 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. ทหารไทยยิงปืนใหญ่ถล่มทหารกัมพูชา ต่อเนื่องหลายลูก ในพื้นที่บ่อนกาสิโน ชุมชนโอรเสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ใกล้กับประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ จนไฟไหม้ควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามองเห็นอย่างชัดเจนอีกครั้ง ยังไม่ทราบว่าถูกจุดใด แต่คาดว่าเป็นอาคารของกาสิโน หลังช่วงเช้าทหารไทยยิงปืนใหญ่เข้าไปเป็นระยะๆ ทิ้งช่วงห่างๆ

ขณะที่เนิน 350 ต.บักได อ.พนมดงรักฯ ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว ตั้งแต่ช่วงใกล้เที่ยงที่ผ่านมา พร้อมกับนำศพ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และพลทหารภาณุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ชาว อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ลงมาได้แล้วเช่นกัน ก่อนนำศพส่งชันสูตร ที่ รพ.สุรินทร์
โดยมี กำหนดการพิธีรับ-ส่ง ศพวีรบุรุษทหารกล้า 2 นาย วันที่ 21 ธ.ค. 68 เวลา 09.00 น.ที่ลานโรงจอดรถ รพ.ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฯ ซึ่งจะมีกำลังพลและครอบครัวร่วมรับ-ส่งศพวีรบุรุษทหารกล้าเนิน 350 อย่างสมเกียรติ อีกด้วย
ทั้งนี้ หลังจากทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่เนิน 350 ได้แล้ว ก็พบว่าตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้ยินเสียงปืนใหญ่เกิดขึ้น และเงียบไป หลังจากที่ช่วงครึ่งวันเช้า มีเสียงปืนใหญ่ยิงตอบโต้กันเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเป็นการยิงสนับสนุนจากฝั่งไทย และวันนี้ไม่พบทหารกัมพูชายิงจรวด BM-21 เข้ามาแต่อย่างใด หลังจากทหารไทยพยายามยิงปืนใหญ่ทำลายคลังอาวุธ สะพานและเส้นทางลำเลียงส่งกำลังบำรุง เสบียง กำลังพล และอาวุธหนักต่างๆ ของทหารกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา

นอกจากนี้ พบเพจเฟสบุ๊คของสื่อกัมพูชา ได้โพสต์ภาพนิ่ง เป็นภาพ สภาพความเสียหายของ สะพานอูจีก บนถนนหมายเลข 68 อำเภอจงกาล จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง จ.เสียมเรียบ กับ จ.อุดรมีชัย โดยมีรถยนต์แวนที่อยู่บนสะพานพังเสียหายด้วย ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.56 น. เครื่องบินรบ F-16 ของไทยบินเข้าไปทิ้งระเบิดใส่โดยสะพานดังกล่าว หลายลูก ซึ่งสะพานแห่งนี้ อยู่ห่างจากชายแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 62 กิโลเมตรอีกด้วย

ทั้งนี้ การปฏิบัติการทางอากาศดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อตัดเส้นทางขนส่งกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชา หลังจากมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวในการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพลของกองทัพกัมพูชาเข้าสู่พื้นที่แนวหน้าด้วยเส้นทางดังกล่าว ซึ่งเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่ออธิปไตย และความมั่นคงของประเทศไทย กองทัพไทยจึงพยายามทำลายให้สิ้นสภาพดังกล่าว

ทางด้าน นายอำนาจ สังเกตุกิจ อายุ 78 ปี อยู่ที่ศูนย์พักพิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กล่าวว่า อยากกลับบ้านแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ให้กลับ ให้ชาวบ้านอดทนก่อน ให้ทหารจัดการให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยกลับ ขอให้ทหารปลอดภัย จากอาวุธทุกอย่าง ขอให้มีกำลังใจสู้ ตนอยากช่วยทหารแล้ว แต่ทหารจะเรียกให้ชาวบ้านชายแดนช่วย จะช่วยเต็มที่ อยากให้เหตุการณ์ปกติเร็วๆ ให้ทหารเอาแผ่นมาคืนให้หมด ขอให้ทหารสู้ๆ ตนจะเป็นกำใจให้

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์ รายงาน