เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 30 ส.ค. 68 ร.ต.ท.ศิลป์กระแส จิตติพัทธพงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุไฟไหม้โบสถ์ ภายในวัดไพร่ฟ้า ม.2 ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางเดื่อและหน่วยงานใกล้เคียงรีบไประงับเหตุ ก่อนรีบรุดไปตรวจสอบร่วมกับ นายสุเทพ สมใจ นายกเทศมนตรีตำบลบางเดื่อ พ.ต.ท.ชูชีพ เกษรสกุล สวป.ฯ เจ้าหน้าที่สายตรวจและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
เมื่อไปถึงพบชาวบ้านและพระกำลังช่วยกันพยายามดับควันไฟ ที่กำลังโหมทะมึนภายในโบสถ์ที่มีอายุกว่า 100 ปี จากนั้นหน้าที่ดับเพลิงก็ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำเข้าไปภายในโบสถ์ โดยใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง จึงสามารถดับไฟและไล่ควันที่อยู่ภายในโบสถ์ออกมาจนหมด
เบื้องต้นเมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าเพลิงได้เผาไหม้บริเวณที่จุดวางเครื่องกราบไหว้พระประธานกับพระอัครสาวกเบื้องซ้าย-ขวา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปที่ถูกไฟไหม้จนเสียหายอีกหลายองค์ รวมทั้งพัดลมที่ติดข้างพนังโบสถ์ 10 กว่าตัว พัดลมเพดานแบบมีหลอดไฟอีก 2 ตัวก็ได้รับความเสียทั้งหมด นอกจากนี้หลังคาโบสถ์ที่เป็นแผ่นไวท์บอดก็ถูกความร้อนจนแตกเป็นช่องโหว่หลายแผ่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร แต่จะต้องรอให้ จนท.ศพฐ.1 มาตรวจสอบออีกครั้ง
จากการสอบถามนายสำราญ เรืองสุวรรณอายุ 58 ปี กรรมการวัดฯ กล่าวว่าเมื่อเวลาประมาณ 19.45 น. ขนาดที่ตนกำลังช่วยงานศพชองญาติกันได้มีเด็กๆวิ่งมาบอกตนว่าเห็นมีควันไฟเล็ดลอดออกมาทางหน้าต่างของโบสถ์ ตนและคนที่มาร่วมงานศพจึงรีบวิ่งมาดูก็พบว่าภายในโบสถ์มีไฟไหม้แต่ก็ ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากประตูโบสถ์ถูกล็อคกุญแจไว้ ตนจึงรีบวิ่งไปตามพระครูมนูญธรรมานันท์ (มนัส) เจ้าอาวาสวัดไพร่ฟ้า จากนั้นก็ไปเอากุญแจจากพระลูกวัดที่เป็นคนรักษากุญแจไว้มาไข เมื่อเปิดประตูบดออกมาพบว่าควันได้พุ่งโถมออกมา อย่างรุนแรงจนไม่มีใครสามารถที่จะเข้าไปดับไฟได้ จากนั้นรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจและนายก เทศบาลตำบลบางเดื่อ เพื่อนำรถดับเพลิง มาทำการดับไฟในครั้งนี้ และโชคดีที่ไฟไม่ลุกลามไหม้องค์พระประธาน
พระครูมนูญธรรมานันท์ (มนัส) อายุ 80 ปี เจ้าอาวาสวัดไพร่ฟ้า กล่าวเพียงว่า สำหรับพระวิหารดังกล่าวมีอายุมากกว่า 100 ปี สร้างและวางศิลาฤกษ์ตั้งแต่ปี 2467 จากนั้นปี 2508 ก็มีการบูรณะปฎิสังขรณ์ มีการดูแลมาโดยตลอดจนโบสถ์มีความสวยงาม แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ ส่วนทางความเสียหายยังประเมินไม่ได้ต้องรอตรวจสอบอีกครั้ง
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการกั้นสถานที่เกิดเหตุไว้ก่อน เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร พร้อมจะได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ให้มาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี รายงาน