ใกล้หมดอายุความ! วัชระ จี้ฟ้องล้มละลาย ทักษิณ ทวงคืนภาษีชาติหมื่นล้าน
ใกล้หมดอายุความ! วัชระ จี้ฟ้องล้มละลาย ทักษิณ ทวงคืนภาษีชาติหมื่นล้าน
ข่าวการเมือง

ใกล้หมดอายุความ! วัชระ จี้ฟ้องล้มละลาย ทักษิณ ทวงคืนภาษีชาติหมื่นล้าน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีล้มละลายกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามเรื่องที่กรมสรรพากรส่งมาให้ดำเนินการ ภายหลังมีคำพิพากษาศาลฎีกาให้ดำเนินการเกี่ยวกับการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ภาษีอากรมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท

นายวัชระระบุว่า ในฐานะประชาชนเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยในคดีดังกล่าวมีลักษณะปกปิดหรือซ่อนเร้นการถือหุ้นและการขายหุ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ภาษีอากรให้แก่รัฐ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อการติดตามทรัพย์สินมาชำระหนี้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ คดียังมีกำหนดครบอายุความในวันที่ 27 มีนาคม 2570 จึงขอให้อัยการสูงสุดเร่งพิจารณาฟ้องคดีล้มละลายโดยเร็ว พร้อมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียโอกาสในการติดตามทรัพย์สินทั้งในประเทศและต่างประเทศมาชำระหนี้ภาษีอากรให้ครบถ้วน และป้องกันไม่ให้การดำเนินคดีล่าช้าจนกระทบต่อการบังคับชำระหนี้ของรัฐ

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่า กรมสรรพากรส่งเรื่องดังกล่าวมายังสำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวันสิ้นปีงบประมาณและเป็นช่วงเปลี่ยนผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด

ภายหลังนายโกวิท ศรีไพโรจน์ เข้ารับตำแหน่งอัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งให้สำนักงานอัยการคดีล้มละลายและอธิบดีอัยการสำนักงานคดีล้มละลายแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวน โดยเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างสำนักงานอัยการคดีล้มละลายกับกรมสรรพากร เพื่อพิจารณารายละเอียดของคดี

นายประยุทธยืนยันว่า สำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้ละเลยเรื่องนี้ และได้เร่งดำเนินการตั้งแต่ได้รับสำนวน โดยขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ส่วนจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันว่า สำนักงานอัยการสูงสุดสามารถชี้แจงเหตุผลและแนวทางการพิจารณาต่อสาธารณชนได้ตามความเหมาะสมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ