สนธิ นำทีมทวงคืนแก้มลิง–ฟลัดเวย์ นัดรวมพลัง 9 ต.ค. ลานคนเมือง จี้ กทม. ทบทวนผังเมือง
สนธิ นำทีมทวงคืนแก้มลิง–ฟลัดเวย์ นัดรวมพลัง 9 ต.ค. ลานคนเมือง จี้ กทม. ทบทวนผังเมือง
ข่าวการเมือง

สนธิ นำทีมทวงคืนแก้มลิง–ฟลัดเวย์ นัดรวมพลัง 9 ต.ค. ลานคนเมือง จี้ กทม. ทบทวนผังเมือง

ฟังข่าวนี้
เช็คจุดน้ำท่วมเรียลไทม์ กรุงเทพฯ น้ำท่วมถนน 5 จุด · ทั่วประเทศล้นตลิ่ง 43 สถานี ดูแผนที่

คุณสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วย อาจารย์ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, นายนิติกร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา, นายพิชิต ไชยมงคล หรือ คุณตั้ม และหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือ หม่อมกร นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน อดีตวิศวกรวางท่อน้ำมันในอ่าวไทย ร่วมแถลงข่าวในประเด็น ทวงคืนแก้มลิง และฟลัดเวย์จากผู้ว่า กทม. โดยเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครทบทวนการจัดทำผังเมืองและแนวทางบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ พร้อมเสนอให้ทวงคืนพื้นที่แก้มลิง ทางน้ำหลัก และฟลัดเวย์ที่กลุ่มผู้แถลงข่าวเห็นว่ามีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร

อาจารย์ปานเทพ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีน้ำท่วมขังยาวนานที่สุดในรอบ 43 ปี และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทบทวนและยกเลิกผังเมืองฉบับใหม่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่รับน้ำ และนำแนวคิดการจัดทำพื้นที่แก้มลิงกลับมาใช้ในผังเมืองอีกครั้ง

ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวบรวมข้อมูลและเก็บหลักฐานความเสียหาย โดยเฉพาะภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป พร้อมระบุว่า ในวันที่ 9 ตุลาคม จะมีการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ทบทวนพื้นที่ฟลัดเวย์ ทางน้ำหลัก และพื้นที่แก้มลิง

โดยพื้นที่บึงจำนวน 6 แห่ง รวมเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ ซึ่งหากนำมารวมกันจะมีศักยภาพในการกักเก็บน้ำประมาณ 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตร และเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาในฐานะโครงสร้างสำคัญสำหรับการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร

ด้าน หม่อมหลวงกร  กล่าวว่า ความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อาจมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท โดยยกตัวอย่างถนนวิภาวดีรังสิตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักภายในเวลาเพียงวันเดียว พร้อมเตือนว่าหากไม่มีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างความเสียหายสะสมเป็นมูลค่ามหาศาล

โดยตั้งคำถามว่า กรุงเทพมหานครสนับสนุนแนวทางตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจังหรือไม่ พร้อมเรียกร้องว่า หาก กทม. สนับสนุนจริง ควรนำพื้นที่แก้มลิงกลับมาอยู่ในผังเมืองตามแนวทางเดิม

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการกำหนดสีในผังเมือง โดยระบุว่า พื้นที่ทางน้ำหลากและฟลัดเวย์หลายแห่งถูกปรับเปลี่ยน ขณะที่พื้นที่ที่เคยทำหน้าที่เป็นทางระบายน้ำหรือพื้นที่รองรับน้ำลดลง โดยอ้างว่าฟลัดเวย์หลายพื้นที่ซึ่งเคยปรากฏอยู่ในแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้หายไปหรือถูกลดทอนความต่อเนื่องจนมีลักษณะคล้าย “เส้นก๋วยเตี๋ยว”

หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสีของพื้นที่ในผังเมือง โดยอ้างว่าพื้นที่สีเขียวในลักษณะ “ทแยงขาว” ลดลงมากกว่า 100,000 ไร่ และตั้งข้อสังเกตว่า หากประเมินมูลค่าที่ดินเฉลี่ยไร่ละ 1 ล้านบาท จะเท่ากับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินมากกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงผังเมืองดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชนในกรุงเทพมหานคร หรือเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่

ขณะที่ คุณสนธิ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครไม่ควรถูกโยนความรับผิดชอบให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพียงคนเดียว แต่ควรมองถึงความรับผิดชอบในระดับรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร นายสนธิกล่าวว่า ตนเคยเห็นคลิปที่แสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงใช้ดินสอลากแนวระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เพื่อแสดงแนวทางการก่อสร้างเขื่อนสำหรับป้องกันน้ำ แต่โครงการดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นตามที่กล่าวอ้าง พร้อมแสดงความกังวลว่า หากไม่มีการตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี กรุงเทพมหานครอาจเผชิญปัญหาน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้น

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจำเป็นต้องอาศัยความกล้าหาญและการตัดสินใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมยกตัวอย่างพื้นที่รามคำแหง ซึ่งตลอดระยะเวลา 43 ปีที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมในระดับเดียวกับที่เกิดขึ้นในปีนี้ แต่กลับได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินงานด้านพื้นที่แก้มลิง โดยกล่าวหาว่าการไม่ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ นายสนธิยังเรียกร้องให้การทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับพื้นที่แก้มลิงไม่ได้จำกัดเฉพาะประชาชนในบริเวณที่จะจัดทำโครงการ แต่ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นในวงกว้าง เพื่อให้สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ผลกระทบต่อประชาชน โดยอ้างว่ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บางส่วนสามารถสร้างผลกำไรจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนบางพื้นที่อาจถูกกดดันหรือจูงใจให้ขายที่ดินในราคาต่ำ ก่อนต้องพึ่งพาเงินเยียวยาจากภาครัฐเมื่อเกิดน้ำท่วม พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสำนักงานผังเมืองกรุงเทพมหานครอย่างรุนแรง และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารงานของ กทม.

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการ “ทวงคืนประเทศไทย” โดยเห็นว่าหลายภาคส่วนของประเทศยังไม่ได้ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง พร้อมเสนอให้มีการรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการนำพื้นที่แก้มลิงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กลับมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ

โดยเรียกร้องให้สื่อมวลชนเปิดพื้นที่ให้มีการนำเสนอข้อมูลจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อมีการเชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม ก็ควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่มีข้อโต้แย้งหรือข้อมูลอีกด้านหนึ่งได้ชี้แจงต่อสาธารณชนด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้แถลงข่าวประกาศนัดหมายประชาชนในวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 09.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์และเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครทบทวนแนวทางการบริหารจัดการน้ำ การจัดทำผังเมือง รวมถึงการทวงคืนพื้นที่ฟลัดเวย์ ทางน้ำหลัก และพื้นที่แก้มลิง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับและระบายน้ำของกรุงเทพมหานครในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาและตัวเลขความเสียหาย รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผังเมืองและผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ผู้แถลงข่าวนำเสนอ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบกับข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และเอกสารผังเมืองอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ