วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตแกนนำ นปช. จำเลยที่ 1 และนายเอกลักษณ์ วารีชล หรือ เอก ปากน้ำ จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยมีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ อีสาน อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำ นปช. เป็นโจทก์ร่วม
คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 5-7 เม.ย. 2565 ซึ่งโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจากนายเสกสกลจำนวน 800,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือเกี่ยวกับการประมูลงานของกรุงเทพมหานคร โดยหากไม่ยอมจ่ายเงิน จำเลยจะทำหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน จนอาจทำให้นายเสกสกลได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง
สำหรับการพิจารณาในวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายยศวริศ จำเลยที่ 1 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมายังศาลเพื่อฟังคำพิพากษา ขณะที่นายเอกลักษณ์ จำเลยที่ 2 ได้รับการประกันตัวออกไปก่อนหน้านี้
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า นายยศวริศกับนายเสกสกลมีความสนิทสนมกันมาก่อน เนื่องจากเคยร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่ม นปช. ด้วยกัน ขณะที่พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันได้อย่างปราศจากข้อสงสัยว่านายยศวริศเป็นผู้ข่มขู่หรือเรียกทรัพย์จากนายเสกสกล อีกทั้งคำเบิกความของพยานโจทก์ยังมีข้อพิรุธหลายประการ
ศาลจึงเห็นว่าคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ยังมีข้อสงสัย และต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษา ยกฟ้องนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก
ส่วนคดีของนายเอกลักษณ์ ศาลเห็นว่ามีพยานโจทก์หลายปากเบิกความสอดคล้องกันว่า มีการข่มขู่เรียกเงินจากนายเสกสกลจำนวน 800,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเรื่องไปร้องเรียนจนทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง หากไม่ยอมจ่ายเงิน ต่อมามีการลดจำนวนเงินที่เรียกลง 100,000 บาท เหลือ 700,000 บาท
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานโจทก์ในส่วนดังกล่าวมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะร่วมกันกลั่นแกล้งใส่ร้ายนายเอกลักษณ์ จึงพิพากษาว่านายเอกลักษณ์มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าคำเบิกความของนายเอกลักษณ์มีส่วนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมมีคำสั่งให้นายเอกลักษณ์ชดใช้เงินจำนวน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี แก่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ โจทก์ร่วม ซึ่งก่อนหน้านี้นายยศวริศมีคดีอื่นที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยศาลฎีกาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553
นอกจากนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางยังมีคำพิพากษาจำคุกนายยศวริศเป็นเวลา 6 ปี ในคดีร่วมกับนายศรีสุวรรณ จรรยา กรณีเรียกรับเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท โดยเป็นคดีที่กล่าวหาว่ามีการข่มขู่กรรโชกทรัพย์และเรียกรับเงินจากนายณัฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว
สำหรับคดีกรรโชกทรัพย์นายเสกสกลที่ศาลอาญามีคำพิพากษาในวันนี้ ผลคดีจึงแยกเป็น นายยศวริศ ชูกล่อม จำเลยที่ 1 ยกฟ้อง ขณะที่ นายเอกลักษณ์ วารีชล จำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา พร้อมชดใช้เงิน 700,000 บาทและดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ตามคำพิพากษาศาลอาญา
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ