เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์ในระยะต่อไป

การประชุมมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายอนุทิน ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ว่า มีแนวโน้มดีขึ้น โดยระดับน้ำตอนบนเริ่มทรงตัวถึงลดลง และยังสามารถระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 5–6 ตุลาคม 2569 ยังต้องเฝ้าระวังฝนหนักระลอกใหม่
สำหรับวันที่ 5 ตุลาคม จะมีฝนหนักมากบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ส่วนวันที่ 6 ตุลาคม จะมีฝนหนักมากบริเวณด้านตะวันตกของภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังมีฝนหนักทั้ง 2 วัน นอกจากนี้ ช่วงวันที่ 5–10 ตุลาคม ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง

นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้เร่งพร่องและระบายน้ำในคลองสายหลักทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำก่อนฝนระลอกใหม่ พร้อมระบุว่า หลังจากนี้แนวโน้มฝนจะเริ่มเคลื่อนลงสู่ภาคใต้ตอนบน จึงได้ประสานแม่ทัพภาคที่ 4 ให้เตรียมความพร้อมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำลังประสบอุทกภัยหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์ ให้จัดทำแผนทั้งด้านการป้องกัน การดูแลผู้ประสบภัย การอพยพ และการเยียวยาตามแผนเผชิญเหตุ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละภารกิจให้ชัดเจน เพื่อให้การประสานงานและติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างมีระบบ รวมถึงให้เตรียมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบและภารกิจให้ชัดเจน
นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ระดมกำลังจากทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ และองค์กรสาธารณกุศลให้เพียงพอ พร้อมจัดระบบผลัดเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่วิกฤต เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น ในที่ประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำ 4 ข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่
1. เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาประชาชน
ให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่สำรวจความเสียหายให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ครอบคลุมชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และสาธารณูปโภค พร้อมเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
2. เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดให้กลับสู่ภาวะปกติ
ให้เร่งระบายน้ำ กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล ทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ ป้องกันปัญหาด้านสาธารณสุขหลังน้ำลด พร้อมจัดทำแผน Big Cleaning เพื่อให้ประชาชนและสถานประกอบการกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินกิจการได้โดยเร็ว
3. เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค
ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา ถนน ระบบสื่อสาร และสัญญาณโทรศัพท์ ให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่
4. ตรวจสอบคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
ให้นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี ตรวจสอบคันกั้นน้ำทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้มีความมั่นคงและแข็งแรงตลอดแนว

นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการเยียวยาโดยเร็ว ขณะที่พื้นที่ซึ่งระดับน้ำลดแล้ว ต้องเร่งฟื้นฟูทั้งบ้านเรือน พื้นที่สาธารณะ และระบบสาธารณูปโภคให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
พร้อมกำชับการเตรียมความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน โดยให้หน่วยทหารเตรียมกำลังและยุทโธปกรณ์เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและอพยพประชาชน ตำรวจดูแลเส้นทาง การจราจร และความปลอดภัย ส่วนกระทรวงสาธารณสุขให้เตรียมบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ การดูแลผู้ประสบภัย และจัดสรรกำลังพลสับเปลี่ยนให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ให้เป็นหน่วยงานกลางในการติดตามและประเมินสถานการณ์ ประสานจังหวัด รวมถึงเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเข้าพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบความพร้อมของกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำ เรือ รถผลิตน้ำดื่ม และรถประกอบอาหาร รวมถึงสับเปลี่ยนกำลังพลและเครื่องจักรกลให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สำหรับพื้นที่เสี่ยง ให้คงกำลังและทรัพยากรไว้พร้อมปฏิบัติ ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้ปรับภารกิจเข้าสู่ระยะฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าสู่บ้านเรือนและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ