เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 โดยมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งที่ประชุมมีมติดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินในคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงประชาชนอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่น ๆ
ภาพรวมการดำเนินการครั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน 39 รายคดี รวม 918 รายการ พร้อมดอกผล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,902 ล้านบาท ขณะเดียวกัน มี 28 รายคดี ทรัพย์สิน 1,645 รายการ มูลค่าประมาณ 1,082 ล้านบาท ที่มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
หนึ่งในคดีที่น่าสนใจคือกรณี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีนายชนนพัฒฐ์กับพวกเป็นผู้เกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้ ปปง.ได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.286/2568 และ ย.81/2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 และ ฟ 106/2569
ล่าสุด คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดิน โดยเป็นทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 16 รายการ มูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท
ทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ตามคำสั่ง ย.151/2569
ปปง.ระบุว่า การส่งเรื่องให้อัยการในครั้งนี้เป็นผลจากการพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว เห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงมีมติให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีรายคดีสำคัญอื่น อาทิ คดีนายบุญกับพวก ซึ่งมีทรัพย์สินเพิ่มเติม 286 รายการ มูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท และคดีนายเอกณัฐ์กับพวก กรณีนายอนันต์ ซึ่งมีทรัพย์สินเพิ่มเติม 5 รายการ มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท รวมถึงคดีการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อีกหลายคดีที่มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม
สำหรับกรณี ชนนพัฒฐ์ หลังจากก่อนหน้านี้ถูกดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินไปแล้วประมาณ 170 ล้านบาท ล่าสุดมีทรัพย์สินอีก 16 รายการ มูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท เข้าสู่กระบวนการที่พนักงานอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาต่อไป