ไอซ์ รักชนก อัดนายกฯ อนุทิน ปัดตกร่างแก้ พ.ร.บ.การพนัน ดับฝันปลดล็อกสนุกเกอร์ไทย
ไอซ์ รักชนก อัดนายกฯ อนุทิน ปัดตกร่างแก้ พ.ร.บ.การพนัน ดับฝันปลดล็อกสนุกเกอร์ไทย
ข่าวการเมือง

ไอซ์ รักชนก อัดนายกฯ อนุทิน ปัดตกร่างแก้ พ.ร.บ.การพนัน ดับฝันปลดล็อกสนุกเกอร์ไทย

ฟังข่าวนี้

วันที่ 18 กันยายน 2569 นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี เขต 8 พรรคประชาชน และ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีมติไม่รับรองร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการพนัน เพื่อปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์และบิลเลียดออกจากบัญชีการพนัน โดยตั้งคำถามถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการสนับสนุนกีฬาอาชีพ รวมถึงความสับสนในการบริหารงานของผู้นำประเทศ

นนท์ ได้เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ส่งถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่านายกรัฐมนตรีพิจารณาความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีบัญชาไม่รับรองร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งนนท์มองว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ความพยายามในการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์ต้องมาหยุดชะงักลง

หลังจากที่ผมรับเรื่องและร่วมกับนักกีฬา สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย รวมถึงเพื่อน สส. ผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 จนยื่นต่อสภาได้เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เหตุผลสำคัญคือกฎหมายนี้ใช้มานานกว่า 90 ปี ไม่สอดคล้องกับปัจจุบันที่สนุกเกอร์เป็นกีฬาอาชีพ และมีนักกีฬาไทยสร้างผลงานระดับโลก ข้อจำกัดนี้ส่งผลกระทบต่อโอกาสของเยาวชน การฝึกซ้อม และสร้างช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมาย แต่เมื่อร่างถูกวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงินและต้องส่งให้นายกฯ รับรองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 134 กลับถูกปัดตก นนท์กล่าว

นนท์ตั้งคำถามทิ้งท้ายถึงรัฐบาลว่า ติดปัญหาตรงไหน? เมื่อรัฐบาลทราบดีถึงศักยภาพของสนุกเกอร์ไทย เหตุใดจึงไม่เปิดโอกาสให้วงการพัฒนาต่อ หากติดขัดข้อกฎหมาย งบประมาณ รายได้รัฐ หรือมีความกังวลเรื่องการพนัน ขอให้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา โดย นนท์ย้ำว่า นี่ไม่ใช่การเรียกร้องเปิดเสรีการพนัน แต่กีฬาต้องได้รับการปฏิบัติในฐานะกีฬา หากรัฐบาลเห็นว่าสนุกเกอร์ยังควรถูกผูกไว้กับกฎหมายการพนัน ก็ควรมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ตอบเพียงคำว่าไม่รับรอง เพราะเบื้องหลังร่างกฎหมายนี้คืออนาคตของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ประกอบการ ทุกคนสมควรได้

ขณะที่ รักชนก ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในวันนี้ถึงกรณีการปัดตกร่างกฎหมายดังกล่าว โดยนายกฯ ระบุว่า เดี๋ยวผมจะเรียกเรื่องมาดู กำลังพิจารณาอยู่ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมจะไม่เซ็น เรื่องยังมาไม่ถึงผม

รักชนกกล่าวว่า ถามจริง ๆ คนเป็นนายกรัฐมนตรีพูดกลับไปกลับมาระหว่างหนังสือราชการจากสำนักเลขาธิการฯ กับคำพูดของตัวเองในวันนี้ได้ด้วยหรือ ซึ่งมีความเป็นไปได้เพียง 2 ทางเท่านั้น

1) นายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องอะไรในการบริหารราชการแผ่นดินเลย เซ็นเอกสารปัดตกกฎหมายที่ชี้ชะตาชีวิตและอนาคตของประชาชนไปโดยที่ไม่ได้อ่านรายละเอียด ซึ่งน่ากังวลว่า นายกรัฐมนตรีเซ็นเอกสารมั่วๆ เช่นนี้กับเรื่องอื่นๆ อีกหรือไม่

2) มีคนปลอมลายเซ็นนายกรัฐมนตรี หรือมีใครมาสวมรอยใช้อำนาจแทน ซึ่งถ้าระบบการทำงานในทำเนียบรัฐบาลล้มเหลวและหละหลวมถึงขั้นนี้ นายกรัฐมนตรีต้องสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบหาความจริงโดยด่วนที่สุด ไม่เช่นนั้นประชาชนจะฝากความหวังไว้กับผู้นำที่จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเซ็นอะไรลงไปได้อย่างไร

แต่ดิฉันคิดว่าไม่มีใครเซ็นแทนหรอก สไตล์นายอนุทิน ไม่รู้ขั้นตอน ไม่ใส่ใจ ไม่เข้าใจงานฝ่ายนิติบัญญัติเสียมากกว่า ถ้าให้เดาคือเซ็นเอกสารไปแบบส่งๆ ตามแฟ้มที่วางไว้ หรือไม่ก็มีคนสั่งมาให้เซ็นอีกทีโดยไม่อ่านสักตัวบนกระดาษด้วยซ้ำ ถ้าจะฝากอะไรต่อเรื่องนี้อยากจะบอกว่านับวันประชาชนยิ่งตั้งคำถามว่านายกฯ จริงจังกับอะไรบ้าง ยกเว้นหาความสุข ความบันเทิงให้ตัวเอง รักชนกกล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ