เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวการถึงแก่อนิจกรรมของ นายพิเชต สุนทรพิพิธ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาคนแรกของประเทศไทย และอดีตรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัย 85 ปี นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในแวดวงราชการและการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน
สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ ครอบครัวแจ้งกำหนดสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 6-10 กันยายน 2569 ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ศาลา 9 ก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 12 กันยายน 2569
สำหรับนายพิเชต สุนทรพิพิธ ถือเป็นข้าราชการระดับสูงที่มีประสบการณ์ทำงานในฝ่ายบริหารมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ในปี 2543 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินคนแรกของประเทศไทย โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิตในประเทศสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ยังผ่านการอบรมและศึกษาหลักสูตรสำคัญหลายด้าน ได้แก่ หลักสูตรของ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ปี พ.ศ. 2534 รวมถึงหลักสูตรด้านการบริหารโครงการในประเทศอังกฤษ และหลักสูตรการประเมินผลโครงการในประเทศเนเธอร์แลนด์
เส้นทางการรับราชการของนายพิเชตเริ่มต้นจากตำแหน่ง เศรษฐกรตรี สังกัดกองโครงการปฏิบัติ กรมวิเทศสหการ สำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนจะเติบโตในสายงานราชการตามลำดับ ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองวิชาการ กรมวิเทศสหการ จากนั้นก้าวขึ้นเป็น รองอธิบดีกรมวิเทศสหการ และ อธิบดีกรมวิเทศสหการ ตามลำดับ
ภายหลัง นายพิเชตได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญในสายงานราชการฝ่ายบริหาร
กระทั่งในปี พ.ศ. 2543 นายพิเชตตัดสินใจลาออกจากราชการ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งในองค์กรอิสระที่กำลังเริ่มต้นบทบาทสำคัญในระบบการเมืองไทย ในปีเดียวกัน นายพิเชตได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ส่งผลให้เขาเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดินคนแรกของประเทศไทย การเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นอีกช่วงสำคัญในชีวิตการทำงานของนายพิเชต หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในระบบราชการมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยได้เข้ามามีบทบาทในการทำหน้าที่ตรวจสอบและรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐตามกรอบอำนาจของตำแหน่ง
นอกจากบทบาทในฐานะผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว นายพิเชตยังเข้าสู่แวดวงฝ่ายนิติบัญญัติ โดยได้รับการแต่งตั้งเป็น สมาชิกวุฒิสภาไทย ชุดที่ 10 และต่อมาเป็น สมาชิกวุฒิสภาไทย ชุดที่ 11
ในปี พ.ศ. 2551 นายพิเชตได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา และต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภาอย่างต่อเนื่องอีกเป็นสมัยที่ 2 ต่อมาในเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2555 นายพิเชตมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ชิงตำแหน่ง ประธานวุฒิสภา โดยผลการลงคะแนนปรากฏว่า นายพิเชตได้รับเสียงสนับสนุน 69 เสียง ขณะที่ นายนิคม ไวยรัชพานิช ได้รับคะแนนสูงสุด 77 เสียง และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา
ตลอดเส้นทางการทำงาน นายพิเชต สุนทรพิพิธ จึงถือเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทั้งในระบบราชการ ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรตรวจสอบของรัฐ โดยเฉพาะการเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาคนแรกของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นบทบาทสำคัญในช่วงเริ่มต้นของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินของไทย
การถึงแก่อนิจกรรมของนายพิเชตในวัย 85 ปี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 จึงนับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งของวงการราชการไทย โดยครอบครัวเตรียมประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ระหว่างวันที่ 6-10 กันยายน และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 12 กันยายน 2569