เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีการเสนอชื่อ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ โดยยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ของกระทรวง เนื่องจากนายปิยพงษ์ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงอยู่แล้ว จึงสามารถเข้ามารับช่วงและเดินหน้างานต่อได้ทันที
นายพิพัฒน์กล่าวถึงเหตุผลในการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ ซึ่งยังมีอายุราชการเหลือประมาณ 10 ปีว่า เป็นการพิจารณาตามความเหมาะสม โดย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน เป็นผู้เสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการ ขณะที่นายพิพัฒน์มีหน้าที่นำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน
ส่วนกระแสคำถามว่า การแต่งตั้งนายปิยพงษ์เป็นปลัดกระทรวงคมนาคมเกี่ยวข้องกับโควตา บ้านใหญ่ หรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยระบุว่า นายปิยพงษ์เติบโตในสายงานราชการจากความสามารถของตนเอง และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงในช่วงที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งหลังจากนายพิพัฒน์เข้ามารับตำแหน่งต่อ นายปิยพงษ์ก็ยังสามารถทำงานและบริหารภารกิจได้เป็นอย่างดี
สำหรับตำแหน่ง อธิบดีกรมทางหลวง ที่จะว่างลงภายหลังนายปิยพงษ์ขยับขึ้นไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น นายพิพัฒน์ระบุว่า จะต้องพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติและความเหมาะสม โดยจะเปิดกระบวนการให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทดสอบและคัดเลือกตามขั้นตอนต่อไป
นายพิพัฒน์ยังอธิบายถึงเหตุผลด้านความเหมาะสมของนายปิยพงษ์ว่า เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านงานคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการก่อสร้างในสัดส่วนสูงของกระทรวงคมนาคม ดังนั้น การนำบุคลากรที่ผ่านงานจากกรมทางหลวงมารับตำแหน่งปลัดกระทรวง จึงมองว่าเป็นบุคคลที่สามารถเข้าใจและบริหารงานในภาพรวมของกระทรวงได้
ทั้งนี้ ภารกิจของกระทรวงคมนาคมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงานด้านถนนและทางหลวง แต่ครอบคลุมระบบคมนาคมหลายด้าน ทั้ง ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ การมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และสามารถมองภาพรวมของทุกระบบจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารงานของกระทรวง
นายพิพัฒน์ย้ำด้วยว่า การพิจารณาครั้งนี้ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าว่าบุคคลใดจะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวง แต่เป็นการคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 3 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 14-18 คน
ส่วนกรณีการเร่งรัดโครงการของกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ระบุว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานมีการเดินหน้าและเร่งดำเนินงานอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการต่าง ๆ จำเป็นต้องมีงบประมาณรองรับ โดยเฉพาะโครงการที่มีงบประมาณผูกพัน ซึ่งจะต้องดำเนินการต่อเนื่องตามแผน ขณะที่ในแต่ละปีก็มีการพัฒนาโครงการใหม่ควบคู่กันไป
ดังนั้น การเสนอชื่อ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม จึงถูกอธิบายจากฝ่ายบริหารว่าเป็นการเลือกบุคลากรที่มีประสบการณ์ในสายงานและสามารถมองภาพรวมของระบบคมนาคมทั้งกระทรวงได้ โดยนายพิพัฒน์ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดสรรโควตาทางการเมืองหรือ บ้านใหญ่ แต่อย่างใด