วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่งศึกษาธิการภาค (ศธภ.) จำนวน 5 ราย เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาการศึกษาระดับพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดโดยรวม
สำหรับรายชื่อผู้ได้รับแต่งตั้ง ประกอบด้วย
นายธัชกร วงศ์เพ็ง รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 3 ดำรงตำแหน่ง ศธภ.5
นายสัมนาการณ์ บุญเรือง รองศึกษาธิการภาค 13 ดำรงตำแหน่ง ศธภ.7
นายธนภัทร แสงจันทร์ รองศึกษาธิการภาค 2 ดำรงตำแหน่ง ศธภ.8
นายนิรุตต์ บุตรแสนลี รองศึกษาธิการภาค 10 ดำรงตำแหน่ง ศธภ.10
นายเอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ดำรงตำแหน่ง ศธภ.15
นายประเสริฐ กล่าวว่า การอนุมัติแต่งตั้งครั้งนี้มีจำนวนเพียง 5 ตำแหน่ง เนื่องจากภายหลังการตรวจสอบคุณสมบัติ พบว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อ 1 ราย มีคุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในระดับก่อนหน้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข พร้อมยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายในกระทรวงศึกษาธิการ
หลังจากนี้จะดำเนินการนำรายชื่อเข้าสู่กระบวนการกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป โดยยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ส่วนตำแหน่งศึกษาธิการภาคที่ยังว่างอยู่อีก 7 ตำแหน่ง จะทยอยพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งในลำดับต่อไป
รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำแหน่งศึกษาธิการภาคเป็นตำแหน่งที่มีอยู่เดิม มีอัตรากำลังและงบประมาณรองรับอยู่แล้ว ไม่ใช่การจัดตั้งตำแหน่งใหม่เพื่อเพิ่มจำนวนบุคลากร โดยตำแหน่งดังกล่าวเปิดโอกาสให้ข้าราชการจากทุกแท่งสามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้ ทั้งจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ที่อาจซ้ำซ้อนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ตรวจราชการกระทรวงนั้น นายประเสริฐ ยืนยันว่าไม่มีความซ้ำซ้อน เนื่องจากศึกษาธิการภาคมีหน้าที่หลักในการวางยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาในภาพรวมระดับกลุ่มจังหวัด ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด
ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่บริหารจัดการและกำกับดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรับผิดชอบงานสำคัญ เช่น การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น รวมถึงการกำกับดูแลสถานศึกษาในสังกัด
ส่วนผู้ตรวจราชการกระทรวง มีหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยภายหลัง ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว เนื่องจากตำแหน่งศึกษาธิการภาคเป็นข้าราชการระดับ 10 จึงต้องเข้าสู่ขั้นตอนการนำความขึ้นโปรดเกล้าฯ ต่อไป
สำหรับตำแหน่งศึกษาธิการภาคที่เหลืออีก 7 ภาค รวมถึงตำแหน่งที่ยังติดขัดด้านคุณสมบัติ ศธ.จะทยอยดำเนินการพิจารณาตามลำดับ
นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 11 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการ ได้แก่ ตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการและคัดเลือกบุคคลอย่างรอบคอบ โดยคาดว่าจะนำรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม. ภายในเดือนสิงหาคม
ทั้งนี้ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงขนาดใหญ่ มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถจำนวนมาก การพิจารณาผู้ที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งจึงจำเป็นต้องใช้เวลาและพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมกับภารกิจของตำแหน่งมากที่สุด.