เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา ห้องประชุมคณะกรรมาธิการการทหาร N 404 ได้มีการประชุมนัดสำคัญครั้งที่ 9 ซึ่งมีวาระที่น่าจับตาในหลายมิติ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการที่ดินรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ ความมั่นคงตามแนวชายแดน และการปฏิรูปโครงสร้างภายในของกองทัพ

สำหรับวาระการพิจารณาศึกษาติดตามความคืบหน้ากรณีพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยเทศบาลเมืองดอนแก้ว โรงพยาบาลชุมชนดอนแก้ว และโรงเรียนดอนแก้วเนรมิตปัญญา ได้ยื่นเรื่องขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบก เพื่อนำมาใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ ซึ่งวาระนี้ถือเป็นต้นแบบของการจัดสรรที่ดินทหารเพื่อชุมชน โดยมีการเชิญหน่วยงานระดับสูงเข้าร่วม อาทิ นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมาธิการการทหาร, เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก, อธิบดีกรมธนารักษ์, นายกเทศมนตรีเมืองดอนแก้ว และผู้อำนวยการหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน
ขณะเดียวกัน ในด้านความมั่นคงชายแดน นายราเชน ตระกูลเวียง ได้บรรจุวาระเร่งด่วนเพื่อเกาะติดสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยได้เชิญบุคคลสำคัญ อาทิ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ที่ประชุม นอกจากนี้ ผบ.ทบ. ยังคงอยู่ชี้แจงต่อในวาระต่อเนื่องเกี่ยวกับการศึกษาแนวทางการดำเนินงานของโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกทั้งหมด เพื่อมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริการทางการแพทย์ของกองทัพอีกด้วย

นอกเหนือจากวาระพิจารณาที่เข้มข้นแล้ว ยังมีประเด็นขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างและนวัตกรรมที่น่าสนใจ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้ส่งรายงานประจำปี 2568 เพื่อให้ กมธ. นำไปปรับใช้ประโยชน์ ควบคู่ไปกับการเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการปฏิรูปกฎหมายและยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าสมัยของฝ่ายนิติบัญญัติ รวมไปถึงการส่งสัญญาณเดินหน้าสู่การพึ่งพาตนเองทางทหาร ผ่านการประชาสัมพันธ์งานใหญ่ 'นิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569' (THAIDEF-EX 2026) ที่จะจัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พื้นที่ศรีสมาน ระหว่างวันที่ 8 - 10 กรกฎาคม 2569 งานนี้มุ่งเน้นการโชว์ศักยภาพนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ ให้สอดรับกับบริบทโลกยุคใหม่ที่กองทัพไทยต้องปรับตัวอย่างเท่าทัน