วันนี้ (26 มิ.ย.69) เวลา 10.30 น.ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องเอาผิดผู้ว่า กทม, ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ และอธิบดีกรมศิลปากร กรณีใช้อำนาจโดยมิชอบ ในการอนุญาตให้มีการรื้อทำลายอาคารโบราณรอบตลาดภูธเรศ และอาคารบริเวณถนนแปลงนามบางส่วน และอาจรื้อย้ายวัดญวนบนถนนดังกล่าวอีก เป็นการทำลายอาคารที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมประเภทย่านชุมชน อันชัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากชาวบ้านในพื้นที่รอบตลาดภูธเรศ เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กทม. กำลังได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย อันเนื่องมาจาก กทม.ได้อนุญาตให้มีการรื้อถอนอาคารโบราณรอบตลาดภูธเรศ และอาคารโบราณบนถนนแปลงนาม ไปจนถึงวัดมงคลสมาคมซึ่งเป็นวัดญวน ซึ่งเป็นอาคารและย่านชุมชนร้านค้าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าบรมวง์เธอพระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ (พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ได้มีส่วนจัดตั้งขึ้น
พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในย่านตลาดเก่าในชุมชนเยาวราชที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจ และเป็นแหล่งชุมชนอาศัยของคนไทยเชื้อสายจีน อันมีความสำคัญต่อไชน่าทาวน์เมืองไทยอย่างมาก ทั้งยังเป็นแหล่งวัตถุดิบเพื่อนำไปประกอบในเทศกาลงานต่างๆ ตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน ย่านดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ สืยสานประเพณีและวัฒนธรรมกันมาอย่างยาวนานนับ 100-200 ปี ถือว่าเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของชุมชนเก่าแก่ในเยาวราช

ที่สำคัญ อาคารและย่านดังกล่าว ได้รับการจึ้นทะเบียนเป็นแหล่งสิ่งแวดล้อมทางศิลปกรรมประเภทย่านชุมชนเก่า จากสำนักงานนโยบายแบะแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว เป็นพื้นที่อนุรักษ์เมืองเก่า และถูกควบคุมโดยข้อบัญญัติ กทม.เรื่อง การกำหนดห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารฯ พ.ศ.2542 ด้วย
ดังนั้น การที่ กทม. และกรมศิลปากร อนุญาตให้มีการรื้อถอน ทำลาย อาคารโบราณสถานดังกล่าว จึงเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรา 43(1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พรบ.โบราณสถานฯ 2504 แก้ไข พ.ศ.2535, พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และข้องบัญญัติ กทม.โดยขัดเจน เข่าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พรป.ป.ป.ช.2561 ในการไต่สวน และเอาผิดผู้ถูกร้องและยุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
