เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง คดีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. รวม 8 ราย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีถูกกล่าวหาว่าดำเนินการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ล่าช้า
คดีดังกล่าวมี อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง อิทธิพร บุญประคอง พร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ แสวง บุญมี ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายเลือกตั้งที่เกี่ยวข้อง สืบเนื่องจากกรณีการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าดำเนินการล่าช้าและขาดความคืบหน้า
ภายหลังศาลมีคำสั่ง อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล เปิดเผยว่า ศาลยกฟ้องโดยให้เหตุผลว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดี โดยผู้มีอำนาจฟ้องต้องเป็นอัยการสูงสุด เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในกระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งได้จัดทำสำนวนส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนจะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป และอาจมีการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่เปิดเผยรายละเอียด พร้อมระบุว่าจะหารือทีมกฎหมายอีกครั้งว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือใช้ช่องทางอื่นหรือไม่
รายงานระบุว่า คดีนี้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ศาลได้นัดฟังคำสั่งครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 และมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง ก่อนที่โจทก์จะยื่นคำฟ้องฉบับใหม่ภายในกำหนด ทำให้ศาลรับไว้พิจารณาในชั้นตรวจฟ้อง
ต่อมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ศาลได้นัดฟังคำสั่งครั้งที่สอง และมีคำสั่งให้สำนักงาน กกต. และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องรวม 10 ประเด็น ภายในวันที่ 23 มกราคม 2569
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต. ได้ยื่นขอขยายระยะเวลาชี้แจงออกไปอีก 30 วัน ซึ่งศาลอนุญาตให้ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องไม่ได้ส่งคำชี้แจงภายในกำหนด ศาลจึงแจ้งให้โจทก์รับทราบ และเปิดโอกาสให้ยื่นคำคัดค้านเป็นหนังสือภายในวันที่ 9 มีนาคม 2569 โดยระบุว่าหากไม่ยื่น จะถือว่าไม่ติดใจโต้แย้ง
กระทั่งท้ายที่สุด ศาลได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องออกมาเป็นวันที่ 20 เมษายน 2569 ก่อนมีคำพิพากษายกฟ้องดังกล่าว ส่งผลให้คดีนี้สิ้นสุดลงในชั้นตรวจฟ้อง