วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 714 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.2851/2566 ซึ่งนายธนกร นันที อดีต สส.พรรคไทยรักไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อผู้จัดการ และผู้ดำเนินรายการสนธิทอล์ค ในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีกล่าวหาว่านายธนกรเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการที่ดินปลูกปาล์มน้ำมันของ ปตท. ในประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 5 โครงการ
การนัดฟังคำพิพากษาในครั้งนี้ เป็นการเลื่อนมาจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 หลังนายสนธิประสบอุบัติเหตุลื่นล้มหัวแตก ต้องพักรักษาตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยวันนี้นายสนธิเดินทางมาศาลพร้อมทนายความส่วนตัวเพื่อรับฟังคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 วันที่ 2 กรกฎาคม 2566 วันที่ 1 กันยายน 2566 และวันที่ 3 กันยายน 2566 จำเลยได้กล่าวหาโจทก์ผ่านรายการสนธิทอล์คและสื่อในเครือผู้จัดการ ว่าโจทก์ทุจริต 5 โครงการ ซึ่งเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ทำให้บุคคลที่สามหรือประชาชนที่รับฟังเข้าใจว่าโจทก์กระทำความผิด จึงเข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาท
แม้จำเลยจะนำสืบว่าไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง แต่เป็นเพียงการปะติดปะต่อข้อมูลให้ประชาชนรับฟัง ศาลเห็นว่าฟังไม่ขึ้น และการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ เนื่องจากรัฐมีการถือหุ้นใน ปตท. และบริษัทในเครือ
ศาลวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 โดยถือเป็นความผิดกรรมเดียวต่อเนื่องกัน ไม่ใช่การติชมโดยสุจริต จึงไม่ได้รับยกเว้นความผิด
ในส่วนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องจำนวน 50 ล้านบาท จากการไม่ได้รับการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นถึงผลกระทบทางธุรกิจได้ชัดเจน เนื่องจากการลงทุนอาจมีกำไรหรือขาดทุนได้ ศาลจึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 1 ล้านบาท และค่าเสียหายจากการเสื่อมเสียชื่อเสียงอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท พร้อมค่าทนายความ 20,000 บาท
พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ลงโทษจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากการให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้จำเลยลงคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ โดยจำเลยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ทนายความของนายสนธิได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พร้อมหลักทรัพย์จำนวน 50,000 บาท และต่อมาศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสนธิ โดยไม่กำหนดเงื่อนไข ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป.