วันที่ 1 เมษายน 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเข้ากระทรวงแรงงาน เพื่ออำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ภายหลังพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังปฏิบัติหน้าที่รวม 189 วัน โดยย้ำตลอดช่วงเวลาการทำงานได้พยายามผลักดันนโยบายให้คนไทยมีงานทำและเพิ่มสวัสดิการแรงงาน พร้อมระบุว่าประเด็นสำคัญหลายเรื่องต้องส่งต่อให้รัฐมนตรีคนใหม่พิจารณาต่อ
บรรยากาศภายในกระทรวงแรงงานเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยนางสาวตรีนุชได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ได้แก่ พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ และศาลพ่อปู่ชินพรหมา ก่อนมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ร่วมแสดงความขอบคุณ มอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบสีแดงเพื่อเป็นกำลังใจในโอกาสอำลาตำแหน่ง
การอำลาตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการปรับคณะรัฐมนตรี ส่งผลให้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีการเปลี่ยนตัว โดยนางสาวตรีนุชระบุว่า การพิจารณานโยบายและระเบียบสำคัญต่าง ๆ รวมถึงประเด็นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จะเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีคนใหม่ในการทบทวนและตัดสินใจต่อไป
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนข้าราชการกล่าวความรู้สึกที่ได้ร่วมงาน ขณะที่นางสาวตรีนุชกล่าวขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันทำงานจนภารกิจสำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมย้ำว่า ตลอด 189 วันที่ดำรงตำแหน่ง ได้มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย ให้มีงานทำ มีรายได้ และมีสวัสดิการที่มั่นคง
นางสาวตรีนุชให้สัมภาษณ์ว่า ระยะเวลาการทำงานแม้ไม่ยาวนาน จึงเลือกขับเคลื่อนประเด็นสำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะโครงการคนไทยต้องมีงานทำ เพื่อสร้างโอกาสพัฒนาฝีมือแรงงานและเพิ่มโอกาสไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิภาพแรงงาน เช่น การเพิ่มสิทธิการลาคลอดบุตรเป็น 120 วัน และการผลักดันกฎหมายสูตรชำนาญชราภาพ สูตรแคร์ ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาแรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงแรงงานประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยและเร่งนำแรงงานไทยเดินทางกลับประเทศ
สำหรับข้อฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ นางสาวตรีนุชระบุว่า อยากให้สานต่อเรื่องโอกาสการทำงานของคนไทย เพราะการมีงานทำคือรายได้และความมั่นคงของชีวิต พร้อมย้ำว่าการลงนามระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นอำนาจของรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งต้องพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าการลงทะเบียนแรงงานกัมพูชาถือเป็นประเด็นเร่งด่วน เนื่องจากการขาดแคลนแรงงานส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและมิติทางสังคมอื่น ๆ โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไข
ช่วงท้าย นางสาวตรีนุชกล่าวให้กำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน พร้อมยอมรับว่าการทำงานทางการเมืองต้องเผชิญแรงกดดันและความท้าทาย แต่ยืนยันว่าตลอดการทำหน้าที่ได้พยายามทำอย่างดีที่สุด ก่อนถ่ายภาพร่วมกับข้าราชการบริเวณใต้อาคารกระทรวงแรงงาน และเดินทางออกจากกระทรวงแรงงานด้วยรถยนต์ส่วนตัว เป็นการปิดฉากบทบาทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอย่างเป็นทางการ.