วันที่ 25 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้รายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุม พร้อมเสนอแนวคิดปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยในช่วงหนึ่ง นายอลงกต ได้หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับการแสดงความเคารพต่อเพลงสรรเสริญพระบารมี ระบุว่า ปัจจุบันมีกฎหมายรองรับการยืนเคารพเพลงชาติไทยอย่างชัดเจน ทั้งโทษปรับและจำคุกสำหรับผู้ฝ่าฝืน แต่กลับยังไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่บังคับให้ประชาชนต้องยืนเคารพเมื่อมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
ทั้งนี้ เห็นว่าช่องว่างทางกฎหมายดังกล่าว อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม เช่น กรณีที่มีผู้ไปตำหนิหรือใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ไม่ยืนเคารพในสถานที่สาธารณะอย่างโรงภาพยนตร์ จนเกิดปัญหาตามมา
นายอลงกต ยังกล่าวถึงที่มาของเพลงสรรเสริญพระบารมีว่า มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้รับอิทธิพลจากการเสด็จประพาสยุโรป ก่อนจะนำทำนองเดิมมาปรับปรุงเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี และใช้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันแทบไม่เปลี่ยนแปลง
พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้กำหนดให้มีเพลงชาติไทย และมีการออกกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ทำให้ไทยมีเพลงสำคัญ 2 เพลง คือ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี
อย่างไรก็ตาม นายอลงกต เสนอว่า หากต้องการส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันแสดงความเคารพอย่างเหมาะสม ควรพิจารณาตรากฎหมายให้มีลักษณะเดียวกับเพลงชาติไทย โดยกำหนดให้การไม่ยืนเคารพมีความผิดทั้งทางอาญาและโทษปรับ พร้อมทั้งผลักดันการรณรงค์สร้างความเข้าใจควบคู่กันไปในสังคม