มติเอกฉันท์! เปิด 2 รายชื่อ พรรคเพื่อไทย โหวตให้เป็นนายกฯ
ข่าวการเมือง

มติเอกฉันท์! เปิด 2 รายชื่อ พรรคเพื่อไทย โหวตให้เป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี โสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ต่อมาเวลา 10.50 น. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้อภิปราย โดยระบุว่า ขณะนี้มีการเสนอชื่อบุคคลเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจำนวน 2 ราย ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่ดำเนินงานในระบบรัฐสภามาอย่างยาวนาน ยังคงยึดมั่นในหลักการและกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด โดยประเด็นที่มีการอภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ถูกเสนอชื่อ

อย่างไรก็ตาม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แสดงความกังวลต่อบรรยากาศการประชุม โดยเน้นย้ำว่าการอภิปรายจะต้องอยู่ภายใต้กรอบข้อบังคับการประชุม ข้อ 69 ซึ่งห้ามไม่ให้มีการใส่ร้าย ป้ายสี หรือกล่าวเท็จ พร้อมยืนยันว่าตนจะปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด และจะไม่กล่าวถึงบุคคลในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หากยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน

พร้อมกันนี้ ยังระบุด้วยว่า ในการอภิปรายครั้งนี้ อาจไม่ได้มุ่งเน้นไปที่รายละเอียดด้านคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อทั้งสองรายเป็นหลัก แต่จะยึดหลักการและกรอบการประชุมเป็นสำคัญ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ใช่พระโสดาบันที่จะไปชี้กล่าวโทษ​ว่าใครดี ใครเลว แต่กระบวนการเข้าสู่แคนดิเดตนายกฯ ของทุกพรรคการเมือง เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งก็ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และชื่อทั้ง 2 ท่านก็ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบมาอย่างเพียงพอในเรื่องคุณสมบัติ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และหากมีข้อสงสัย ในสภาฯ ยังมีกระบวนการ ทั้งกระทู้ถาม ญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบที่เข้มข้น เป็นการพิสูจน์ชัดว่าสิ่งที่พวกท่านสงสัยในตัวบุคคล ประพฤติชอบ ปฏิบัติถูกต้องตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยหรือไม่

ญัตติวันนี้เป็นการเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งนายกฯ พรรคเพื่อไทยได้ประชุม สส. ทั้ง 74 คน เรามีมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีการครอบงำหรือชี้นำใดๆ เป็นการลงมติของสมาชิกเอง โดยเอกสิทธิ์ของตน โดยมีมติเห็นชอบ นายอนุทิน เป็นนายกฯ ถึงแม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ภาระหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐที่จะเกิดขึ้นไม่ได้แตกต่างกัน หากมีอะไรที่ผิดพลาด เป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นแน่นอนว่าทั้ง 74 สส.พรรคเพื่อไทย ไม่อยู่นิ่งเฉย นายจุลพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้นโยบายของพรรคหลายนโยบายจะสามารถนำมาบรรจุในนโยบายรัฐบาลที่จะเสนอต่อรัฐสภา และได้รับการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และหากกระบวนครบถ้วน ได้มีตำแหน่งสามารถดำเนินการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรายืนยันว่าจะต้องนำปัญหาประชาชนไปร่งดำเนินการแก้ไข และในฐานะเป็น สส. ปัญหาของประชาชน ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยมั่นคง เศรษฐกิจปากท้อง สส.เพื่อไทยพร้อมเป็นปากเสียงให้ประชาชน นำเสนอในสภาฯ เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนไปให้รัฐบาลให้แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง