จุดยืนชัดเจน! อภิสิทธิ์ พูดแล้ว สาเหตุที่แท้จริง ไม่โหวตนายกฯ
ข่าวการเมือง

จุดยืนชัดเจน! อภิสิทธิ์ พูดแล้ว สาเหตุที่แท้จริง ไม่โหวตนายกฯ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยขอหารือกับประธานสภาฯ ว่า ภายหลังเสร็จสิ้นวาระการพิจารณาดังกล่าว ควรเปิดโอกาสให้สภาฯ ได้หยิบยกประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน เพื่อให้ฝ่ายบริหารชี้แจงต่อสาธารณะอย่างชัดเจน แยกจากวาระการพิจารณาที่กำลังดำเนินอยู่

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เข้าสู่เนื้อหาการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยอ้างอิงข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดให้การพิจารณาต้องคำนึงถึงทั้งความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้น

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แม้จะไม่ใช้เวลามากในประเด็นด้านความสามารถ แต่เห็นว่าคุณสมบัติด้านจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญ โดยย้ำว่ามาตรฐานทางการเมืองควรสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย และเป็นเหตุผลหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้

ทั้งนี้ ได้หยิบยกประเด็นข้อกล่าวหาคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่อาจกระทบต่อระบบประชาธิปไตย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอิสระของวุฒิสภา และอาจส่งผลต่อการตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยระบุว่า ปัจจุบันนายอนุทินยังอยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหาในกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า แม้ข้อกล่าวหาจะยังไม่สิ้นสุดในทางกฎหมาย แต่สถานะดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และการบริหารราชการแผ่นดิน จึงไม่สามารถสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้

ขณะเดียวกัน ยังระบุว่า ไม่สามารถสนับสนุนอีกผู้ถูกเสนอชื่ออย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เช่นกัน เนื่องจากมีประเด็นทางกฎหมายอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยยืนยันว่าการงดออกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เกี่ยวข้องกับการรอเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการยึดหลักตรวจสอบตามบทบาทฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ แสดงความเห็นว่า ทั้งสองพรรคการเมืองยังมีบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและไม่มีข้อกังขา ซึ่งน่าจะสามารถเสนอเป็นทางเลือกได้ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงตัดสินใจงดออกเสียงในการลงมติครั้งนี้