สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยโครงสร้างค่าตอบแทนบุคลากรตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ซึ่งปรับปรุงจากระเบียบเดิมปี 2558 พบว่า ผู้บริหารระดับสูงของ กกต. มีเพดานค่าตอบแทนรวมต่อเดือนสูงสุดมากกว่า 100,000 บาท
ผู้บริหารระดับสูง เงินเดือนแตะ 9 หมื่น บวกเงินประจำตำแหน่งพิเศษ
จากบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงาน กกต. พบว่า โครงสร้างเงินเดือนแบ่งตามระดับความรับผิดชอบและความเชี่ยวชาญ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติงานจนถึงผู้บริหารระดับสูง โดยกลุ่มที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุด ได้แก่ รองเลขาธิการ ผู้อำนวยการสถาบัน และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีเงินเดือนตั้งแต่ 55,880 บาท ไปจนถึงเพดานสูงสุด 90,770 บาท และได้รับเงินประจำตำแหน่งเพิ่มอีกเดือนละ 17,000 บาท ส่งผลให้ค่าตอบแทนรวมสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 107,770 บาทต่อเดือน
ในระดับบริหารกลาง เช่น ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้อำนวยการศูนย์ และผู้เชี่ยวชาญ มีเพดานเงินเดือนสูงสุด 76,670 บาท พร้อมเงินประจำตำแหน่ง 10,000 บาท ทำให้มีรายได้รวมสูงสุด 86,670 บาทต่อเดือน ส่วนสายวิชาการระดับเชี่ยวชาญและทรงคุณวุฒิ มีโครงสร้างเงินเดือนที่ขยับตามขั้น โดยระดับทรงคุณวุฒิสามารถได้รับเงินเดือนสูงสุดถึง 90,770 บาทเช่นเดียวกับสายบริหาร
ผู้บริหารระดับกลาง-สายวิชาการ รายได้สูงสุดเกือบ 9 หมื่น
ในระดับบริหารกลาง เช่น ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้อำนวยการศูนย์ และผู้เชี่ยวชาญ มีเพดานเงินเดือนสูงสุด 76,670 บาท พร้อมเงินประจำตำแหน่ง 10,000 บาท ทำให้มีรายได้รวมสูงสุด 86,670 บาทต่อเดือน ส่วนสายวิชาการระดับเชี่ยวชาญและทรงคุณวุฒิ มีโครงสร้างเงินเดือนที่ขยับตามขั้น โดยระดับทรงคุณวุฒิสามารถได้รับเงินเดือนสูงสุดถึง 90,770 บาทเช่นเดียวกับสายบริหาร
พนักงานปฏิบัติงาน ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง
สำหรับพนักงานระดับปฏิบัติงาน แบ่งเป็นระดับต้นและระดับกลาง โดยไม่มีเงินประจำตำแหน่งเพิ่มเติม ระดับต้นมีเงินเดือนตั้งแต่ 11,300-33,700 บาท ขณะที่ระดับกลางมีเงินเดือนตั้งแต่ 19,500-56,540 บาท ทั้งนี้ เงินเดือนจะปรับเพิ่มตาม ขั้น ที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราเงินเดือน ตั้งแต่ขั้น 1.0 ถึงขั้น 32.0


ค่าตอบแทน ผอ.เขต-กรรมการ ประจำหน่วยเลือกตั้ง
จากกรณีเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 (ราชกิจจาฯประกาศแล้ว ระเบียบ กกต. ออกเสียงประชามติ วันเดียวกับเลือกตั้งสส.)
ในตอนหนึ่งได้ระบุถึง บัญชีอัตราค่าตอบแทนเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการออกเสียง และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน ไว้ดังนี้
1. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 25,000 บาทต่อเดือน
2. ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 25,000 บาทต่อเดือน
3. กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 22,000 บาทต่อเดือน
4. อนุกรรมการประจำเขตการเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 16,000 บาทต่อเดือน
5. เจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ธุรการ/การเงิน) ค่าตอบแทน 19,000 บาทต่อเดือน
6. เจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (ธุรการ/การเงิน) ค่าตอบแทน 13,000 บาทต่อเดือน
7. เจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง 13,000 บาทต่อเดือน
ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง/ออกเสียง
– วันอบรม 300 บาทต่อวัน
– วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
– วันเลือกตั้ง/วันออกเสียง 1,000 บาทต่อวัน
หมายเหตุ : เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
9.ประธานกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางในเขต/นอกเขตเลือกตั้ง/สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ/ประธานกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียง/ประธานกรรมการประจำที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
– วันอบรม 300 บาทต่อวัน
– วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
– วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 700 บาทต่อวัน
หมายเหตุ : เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
10.กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง/กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางในเขต/นอกเขตเลือกตั้ง/สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ/กรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียง/กรรมการประจำที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
– วันอบรม 300 บาทต่อวัน
– วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
– วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 600 บาทต่อวัน หมายเหตุ : เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
11.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
– วันอบรม 300 บาทต่อวัน
– วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
– วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 600 บาทต่อวัน
หมายเหตุ : เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
12.กรรมการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง
– วันอบรม 300 บาทต่อวัน
– วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 350 บาทต่อวัน
13.เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่บันทึกคะแนน เจ้าหน้าที่รวมคะแนน 350 บาทต่อวัน (ผู้ช่วยปฏิบัติงานชั่วคราว เป็นรายวัน)
14.คณะบุคคลหรือคณะทำงานหรือผู้ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน 350 บาทต่อวัน (ผู้ช่วยปฏิบัติงานชั่วคราว เป็นรายวัน)
15.ค่าตอบแทนจัดสถานที่และทำความสะอาดหน่วยเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งละ 300 บาท (เฉพาะหน่วยเลือกตั้งปกติ)
16.ค่าตอบแทนการขนส่งสิ่งของวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งละ 400 บาท (เฉพาะหน่วยเลือกตั้งปกติ)
หมายเหตุ
1. บุคคลตามลำดับที่ 1-4 และลำดับที่ 6-7 ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน 2 เดือน กรณีมีการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ให้ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมนับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งจนเสร็จสิ้นภารกิจ กรณีปฏิบัติงานไม่ครบ 1 เดือนหรือ 30 วันให้คิดค่าตอบแทนเป็นรายวัน
2. บุคคลตามลำดับที่ 8 – 14 ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวและได้รับค่าตอบแทนเป็นรายวัน
3. ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา (เฉพาะ อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย และ อ.นาทวี) ให้เพิ่มค่าตอบแทนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในวันอบรม วันรับวัสดุอุปกรณ์ และวันออกเสียงหรือวันเลือกตั้ง ให้บุคคลลำดับที่ 8-12 ในอัตราสองเท่า
ส่วนลำดับที่ 13-14 ให้เพิ่มในอัตราสองเท่าเฉพาะวันออกเสียงหรือวันเลือกตั้ง หรือวันปฏิบัติงานตามบัญชีจัดสรรและภายในกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
4. กรณีมีการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ นับคะแนนใหม่ ออกเสียงใหม่ หรือนับคะแนนออกเสียงใหม่ ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง หรือคณะกรรมการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการนับคะแนนบัตรออกเสียง ได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดียวกันกับค่าตอบแทนในวันอบรม วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์และวันเลือกตั้งแล้วแต่กรณี
ข้อมูลจาก หนังสือรวบรวมระเบียบ ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือ มติคณะกรรมการการเลือกตั้ง , ประชาชาติธุรกิจ