เลือกตั้งขอนแก่นก็โป๊ะ เขต 11 คะแนนพุ่ง เกินจำนวนบัตรดีกว่า 2 หมื่น
ข่าวการเมือง

เลือกตั้งขอนแก่นก็โป๊ะ เขต 11 คะแนนพุ่ง เกินจำนวนบัตรดีกว่า 2 หมื่น

เลือกตั้ง สส. ขอนแก่นวุ่น พบพิรุธเขต 11 คะแนนผู้สมัครนำโด่งเกินจำนวนผู้มาใช้สิทธิกว่า 2 หมื่นคะแนน ด้านเขต 8 โซเชียลแฉคลิปวงจรปิดนาทีหัวคะแนนแนบเงิน 500 พร้อมใบแนะนำตัวผู้สมัคร กกต. จังหวัดแจงอยู่ระหว่างตรวจสอบ

โลกออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลคะแนนของผู้สมัคร สส. ในเขตเลือกตั้งที่ 11 จังหวัดขอนแก่น จากการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ ECT Report ในแอปพลิเคชัน SMART VOTE พบความผิดปกติเมื่อผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ได้รับคะแนนสูงถึง 97,904 คะแนน ในขณะที่การนับคะแนนดำเนินไป 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ยอดรวมบัตรดีที่มีผู้มาลงคะแนนกลับมีเพียง 74,696 ใบ 

ซึ่งหมายความว่าคะแนนเกินจำนวนผู้ใช้สิทธิไปมากถึง 23,208 เสียง อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นดังกล่าว ข้อมูลในระบบได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยคะแนนของผู้สมัครทุกหมายเลขลดลงจนสอดคล้องกับจำนวนบัตรดี และตรงกับผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการหน้าหน่วยเลือกตั้งที่ดำเนินการเสร็จสิ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนอย่างมากถึงความโปร่งใสในการทำงานของระบบ

ขณะเดียวกันในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 8 เพจเฟซบุ๊กชื่อ CSI LA ได้โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพชายหญิงคู่หนึ่งนำแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัครหมายเลข 3 มายื่นให้กับเจ้าของร้านค้า พร้อมกับแนบธนบัตรใบละ 500 บาทมาด้วย แต่เจ้าของร้านปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากร้านไป โดยทางเพจระบุข้อความประกอบคลิปว่า ตาวิเศษเห็นนะ กกต. ว่าไง นี่คือ คลิปหลักฐานที่อ้างว่าเป็นการซื้อเสียง ขอนแก่นเขต 8 เบอร์ 3 ราคา 500 บาท ขอให้ กกต. ตรวจสอบโดยเร่งด่วนเพื่อความโปร่งใสและความยุติธรรมของการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายวัชระ สีสาร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น ถึงกรณีที่เกิดขึ้นทั้งสองเรื่อง โดย นายวัชระ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้เข้ามาร้องเรียนอย่างเป็นทางการ แต่ทาง กกต. ได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าแม้จะไม่มีผู้ร้องเรียน แต่หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของ กกต. ที่จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนและนำเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง