วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวรักชนก ศรีนอก ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความคิดเห็นกรณีความไม่โปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี พร้อมพาดพิงถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น โดยตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบและท่าทีต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน
นางสาวรักชนกระบุว่า สุชาติ ชมกลิ่น ตัวเองเป็นคนอย่างไร ก็เหมารวมคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเอง พร้อมกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตว่า ที่ปรึกษาของ สุชาติ ชมกลิ่น เคยจัดรวมพลให้คนมายืนด่าดิฉัน ในวันที่จับเบอร์ สส.เขต ที่ชลบุรี
นางสาวรักชนกย้ำว่า การรวมตัวของประชาชนในครั้งนี้เกิดจากความไม่ชอบธรรมและความผิดปกติในการนับคะแนนเลือกตั้ง โดยชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสงสัยหลายข้อ ได้แก่
- ทั้งบัตรเขย่ง ผู้มาใช้สิทธิ์กับบัตรรวมไม่ตรงกัน
- กล่องไม่ได้รัดสายเคเบิ้ลทาย อ้างว่าหมด แต่ประชาชนเจอว่ามี มันอาจจะให้มีการหยิบบัตรเข้าออก ส่อทุจริตหรือไม่ ทั้งยังไม่เป็นไปตามระเบียบเลือกตั้ง
- ประชาชนพบกระดาษนับคะแนนในขยะ ซึ่งกระดาษเหล่านี่ต้องเก็บไว้ที่ กกต.
- เพราะทิ้งกระดาษกันไปแบบนี้หรือป่าว ถึงตัดสินใจนับใหม่ไม่ได้สักที เพราะถ้านับใหม่ จะรู้ทันทีว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม นางสาวรักชนกระบุว่า สุชาติ ชมกลิ่น กลับดูถูกประชาชนที่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจมาตามหาความโปร่งใสในคะแนนที่พวกเค้ากา ว่า เป็นเด็กร้องอยากได้ลูกอม ทั้งที่หากบริสุทธิ์ใจจริง ควรออกมาสนับสนุนการตรวจสอบความไม่โปร่งใสและความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น
นางสาวรักชนกตั้งคำถามว่า สุชาติ ชมกลิ่น กลัวอะไร พร้อมระบุว่า หากชนะอย่างโปร่งใส ต่อให้นับร้อยรอบก็ยังชนะ และสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ได้ พร้อมกล่าวในเชิงท้าทายว่า จะได้แดกส้มหวานโชว์รอบสองไปเลย หยามๆ ไม่ดีหรอ แต่กลับมีข่าวว่าฝ่ายที่อ้างว่าชนะอย่างโปร่งใสกำลังมีอาการร้อนรน ซึ่งเธอตั้งคำถามว่า ผู้ชนะอย่างโปร่งใส จะร้อนรนเรื่องอะไร
นอกจากนี้ นางสาวรักชนกยังกล่าวถึงการชี้นิ้วท้าทาย พร้อมใส่ร้ายว่ามี สส ที่ปลุกปั่น และท้าให้ลาออก ทั้งที่เป็นเสียงของประชาชนที่เรียกร้องเอง พร้อมขอท้ากลับว่า หากมีการนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนไม่เหมือนเดิม ผิดเพี้ยนไปแม้แต่คะแนนเดียว สุชาติ ชมกลิ่น แม้จะชนะ แต่กล้าลาออกจากตำแหน่ง สส. และไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่
ตอนท้าย นางสาวรักชนกระบุว่า แม้มั่นใจว่านับใหม่อย่างไรก็แพ้ แต่ตั้งคำถามย้ำว่า หากมั่นใจในความโปร่งใส เหตุใดจึงต้องหวาดกลัวการตรวจสอบ