ด่วน! ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ เปิดแถลงการณ์ฉบับเต็ม ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
ข่าวการเมือง

ด่วน! ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ เปิดแถลงการณ์ฉบับเต็ม ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เผยแพร่ผลการพิจารณาเรื่องกล่าวหา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กับพวกรวม 44 คน กรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... หรือคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เคยแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า จะจัดทำสำนวนการไต่สวนให้แล้วเสร็จเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในเดือนธันวาคม 2568

ต่อมา หลังจากคณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการเสนอสำนวนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ประมาณกลางปี 2568 ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ได้มีหนังสือคัดค้านคณะกรรมการไต่สวน รวมถึงคำร้องอื่นในลักษณะเดียวกัน ซึ่งต้องนำมาพิจารณาควบคู่กับการวินิจฉัยสำนวน เป็นเหตุให้คณะกรรมการไต่สวนต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ยังได้ขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจาเพิ่มเติม หลังจากได้ชี้แจงเป็นหนังสือแล้ว คณะกรรมการไต่สวนได้คำนึงถึงประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาที่มีความประสงค์เข้าชี้แจงด้วยวาจา เป็นเหตุให้ต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายอย่างละเอียดและรอบคอบ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนในวันนี้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ที่ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... เป็นการกระทำที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีเจตนามุ่งประสงค์ลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติ เป็นการไม่ยึดมั่นและไม่ธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

การกระทำดังกล่าวยังถือเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหายังได้นำประเด็นการแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวไปกำหนดเป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง

สำหรับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ โดยมีผู้ร่วมลงชื่ออีก 43 คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น 44 คน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าข้อเท็จจริงไม่อาจแยกการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายออกจากกันได้ และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่สามารถชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แยกจากกันอย่างชัดเจน จึงถือว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังพิจารณาเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติประกอบกับพฤติการณ์ต่าง ๆ แล้วเห็นว่า แม้การเสนอแก้ไขกฎหมายจะเป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องพิจารณาว่าเนื้อหาที่เสนอมีลักษณะฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีข้อทักท้วงเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างดังกล่าวแล้ว ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 111 และข้อ 112

อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ยังคงยืนยันเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ดำเนินการตามกระบวนการตรากฎหมายต่อไป ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าเป็นการแสดงถึงความไม่ยึดมั่นและไม่ธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ด้วยเหตุนี้ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและไม่ธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขต ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน รวมถึงฐานกระทำการอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2561

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีมติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง