วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ที่ลานพาร์ค พารากอน ในงานเวทีดีเบตเลือกตั้ง 69 ของช่อง 3 ช่วง เปลี่ยนใหม่ หรือไปต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งคำถามเชิงวิพากษ์วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับนโยบายที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีจำนวนค่อนข้างน้อย จนไม่สามารถมองเห็นทิศทางของพรรคได้อย่างชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แม้จะเห็นถึงความตั้งใจของ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แต่ยังมีความกังวลว่าจะสามารถผลักดันแนวคิดไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ภายใต้โครงสร้างพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กุมอำนาจหลักของพรรค
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ทำให้ตนหนักใจคือ แทบไม่มีคำถามต่อ นางศุภจี ในแง่ของความตั้งใจและความมุ่งมั่น เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่หลายคนยอมรับได้ แต่เมื่อเปรียบเทียบนโยบายที่ส่ง กกต. ของพรรคการเมืองอื่น เช่น พรรคประชาชน ที่มีมากกว่า 200 นโยบาย รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ที่มีจำนวนใกล้เคียงกัน กลับพบว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีอยู่น้อยมาก จนไม่สามารถทราบทิศทางของพรรคได้
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ความตั้งใจที่ดีของบุคคลอย่าง นางศุภจี แม้จะเชื่อว่าพยายามอย่างเต็มที่ แต่ภายใต้โครงสร้างพรรคการเมืองที่มีนายอนุทินเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่ามีอำนาจสูงในพรรค ทำให้ไม่ทราบแนวคิดหรือทิศทางที่ชัดเจนในเชิงนโยบาย จึงเป็นเรื่องยากต่อการตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวทีดีเบตเช่นนี้มีหน้าที่ช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งในอีก 3 วันข้างหน้า โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรทราบตั้งแต่ต้นว่า หากเลือกพรรคใดแล้วจะได้อะไร พร้อมระบุว่า แม้พรรคภูมิใจไทยจะขอให้ประชาชนไว้วางใจบุคคลอย่าง นางศุภจี นายเอกนิติ และนายสีหศักดิ์ ซึ่งตนก็ไว้วางใจ แต่เมื่อไม่มีความชัดเจนว่านโยบายคืออะไร ก็ยากจะมั่นใจได้ว่าหัวหน้าพรรคจะมีแนวคิดและการทำงานสอดคล้องกับบุคคลเหล่านั้นหรือไม่
ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ได้ลุกขึ้นตอบคำถาม โดยระบุว่า การเข้ามาทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเป็นเวลา 4 เดือนเต็ม ได้รับอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่จากนายอนุทิน และไม่เคยถูกก้าวก่ายหรือแทรกแซงในภารกิจที่รับผิดชอบ ซึ่งถือเป็นคำตอบต่อข้อกังวลเรื่องความไว้วางใจ
นางศุภจี กล่าวต่อว่า นายอนุทินได้ให้โอกาสแก่ทั้ง 3 คนที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงอย่างเต็มที่ และในส่วนของประเด็นเรื่องนโยบายที่ถูกมองว่ายังไม่ชัดเจน ขอชี้แจงว่านโยบายจำนวนมากหรือจำนวน 100–200 นโยบาย ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่
นางศุภจี ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการออกแบบนโยบายที่ครอบคลุมทุกแกนหลัก ทั้งด้านความมั่นคง สังคม ภัยพิบัติ และเศรษฐกิจปากท้อง โดยแต่ละด้านมีการแตกย่อยเป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริง และบางส่วนได้มีการทดลองทำเป็นต้นแบบมาแล้ว พร้อมตั้งใจจะเดินหน้าต่อ โดยยึด 3 แนวทางหลัก คือ ทำสั้น กระตุ้นยาว และกระจายผลประโยชน์ให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม