วันที่ 29 มกราคม 2569 นายปริเยศ อังกูรกิตติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า กำลังส่อแววสู่ความล้มเหลว เนื่องจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่แทนที่จะเร่งนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง แต่กลับเน้นการสาดวาทกรรมใส่กัน โดยเฉพาะการใช้คำพูดในลักษณะ ไม่เลือกเราเขามาแน่ หรือการแบ่งแยกเรื่องความรักชาติ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็นการดูถูกประชาชนคนไทยอย่างมาก

ในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังพิจารณาว่านโยบายของพรรคใดสามารถทำได้จริง พรรคใหญ่กลับพยายามย้อนอดีตเพื่อสร้างความกลัวให้เกิดแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวมถึงการประกาศนโยบายประชานิยมเต็มรูปแบบ เช่นการแจกเงินล้าน หรือการสัญญาว่าจะแก้ปัญหาเกษตรกร ซึ่งเรื่องนี้สร้างคำถามตามมาในหมู่ประชาชนว่า เหตุใดนโยบายเหล่านี้จึงไม่ดำเนินการตั้งแต่ตอนที่กลุ่มการเมืองเหล่านี้เป็นรัฐบาล และหลายนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้งครั้งก่อนก็หายไปโดยไม่เกิดขึ้นจริง
นายปริเยศเห็นว่าเป็นโอกาสดีของพรรคไทยสร้างไทย เนื่องจากกระแสของพรรคดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีดีเบทต่างๆ และการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่แสดงให้เห็นว่าพรรคพร้อมจะทำอะไรให้ประชาชนบ้าง โดยความโดดเด่นของไทยสร้างไทยคือการนำเสนอวิธีการทำงานที่ชัดเจน ไม่ได้พูดลอยๆ เช่น นโยบายการปราบโกงที่มีการเสนอให้จัดตั้ง ปปช. ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ
ทิศทางนี้อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรคขนาดเล็กอื่นๆ ที่เริ่มขับเคลื่อนประเด็นที่ตนเองสนใจ เนื่องจากคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในการลงคะแนนบัตรสีชมพูที่เลือกพรรค ซึ่งประชาชนสามารถเลือกพรรคที่ตรงใจได้นอกเหนือจาก สส. เขต
นายปริเยศจึงขอให้กำลังใจคนไทยให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยพิจารณาจากเหตุผลและนโยบายเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่าพรรคไทยสร้างไทยมีความชัดเจนในทุกมิติ มีบุคลากรที่มีประสบการณ์และคุณภาพนำทีมโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ดร.โภคิน พลกุล, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เจ้าของแนวคิดขอนแก่นโมเดล
ดังนั้น หากใครที่เคยผิดหวังจากการเลือกพรรคอื่นในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว การตัดสินใจเปลี่ยนมาเลือกพรรคไทยสร้างไทยในหนนี้ จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมและเป็นการเริ่มต้นการเมืองแบบใหม่ที่จะเข้าไปทำงานรับใช้ประเทศชาติอย่างแท้จริง