วันที่ 22 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายนราพัฒน์ แก้วทอง และพันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค แถลงจุดยืนไม่เห็นชอบต่อการทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่าการตั้งคำถามแบบปลายเปิดไร้กรอบ เท่ากับการ เซ็นเช็คเปล่า และอาจนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งฉบับโดยไม่มีหลักประกัน

นายพีระพันธุ์ระบุว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้มีปัญหาทั้งฉบับ สามารถแก้ไขเป็นรายมาตราได้โดยไม่จำเป็นต้องฉีกทิ้งทั้งหมด การเดินหน้าประชามติแบบไม่มีกรอบจะทำให้หมวดสำคัญต่างๆ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างรัฐและสถาบันหลักของชาติถูกเปิดช่องให้เปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้โดยไร้หลักประกัน
นายพีระพันธุ์ยังโต้แย้งข้ออ้างของรัฐบาลที่ระบุว่าปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าศาลไม่ได้ห้ามการกำหนดกรอบการแก้ไข และคำถามในการทำประชามติก็สามารถถามพร้อมกันได้มากกว่าหนึ่งประเด็น พร้อมย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับ การฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นคนละเรื่องกัน

อีกประเด็นที่พรรคกังวลคือผลกระทบทางกฎหมาย หากรัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกยกเลิก อาจทำให้บุคคลที่เคยถูกตัดสิทธิ์หรือขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญเดิมได้รับสิทธิกลับคืนทั้งหมด ซึ่งสวนทางกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปราบโกง
ด้านนายอรรถวิชช์ระบุว่า แม้หลายพรรคจะอ้างการคุ้มครองหมวด 1 และหมวด 2 แต่พระราชอำนาจสำคัญไม่ได้อยู่เฉพาะในหมวดดังกล่าว การฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจึงเสี่ยงกระทบพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญในหลายส่วน พรรครวมไทยสร้างชาติจึงยืนยันไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบ เซ็นเช็คเปล่า และหากรัฐบาลต้องการเดินหน้าแก้ไข ก็ควรใช้แนวทางแก้ไขรายมาตรา หรือกำหนดกรอบ วิธีการ และกระบวนการให้ชัดเจนในการทำประชามติครั้งเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะกระทบต่อโครงสร้างรัฐและสร้างความขัดแย้งในสังคม
